UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesWEEKLY AUTO ORIENT KING DIVER - ดำน้ำวินเทจฉบับรีเมค

WEEKLY AUTO ORIENT KING DIVER – ดำน้ำวินเทจฉบับรีเมค

by: ‘TomyTom’

 

ปี 2020 นี้ ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์ Orient (โอเรียนท์) มีอายุครบ 70 ปี เลขปีสวยๆ เช่นนี้ทางแบรนด์จึงไม่พลาดที่จะออกนาฬิการุ่นพิเศษมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิ คอนเซ็ปต์ที่ Orient เลือกใช้ในการสร้างก็คือนาฬิกาที่นำแบบอย่างมาจากผลงานในยุคต้นๆ ของแบรนด์ หนึ่งในนั้นก็คือ Weekly Auto Orient King Diver (วีคลี ออโต โอเรียนท์ คิง ไดเวอร์) นาฬิกาดำน้ำฟังก์ชัน ‘Day-Date’ (เดย์เดท) จากปี 1965 ซึ่งถือเป็นฐานรากแห่งนาฬิกาดำน้ำของ Orient

 

Weekly Auto Orient King Diver ฉบับรีเมคที่สร้างขึ้นมาเพื่อร่วมฉลองอายุ 70 ปีของแบรนด์ในปีนี้ รังสรรค์ขึ้นด้วยความเคารพต่อต้นฉบับเป็นที่สุด เรียกว่าแทบจะยกดีไซน์ดั้งเดิมมาทั้งหมดกันเลยทีเดียว ตั้งแต่รูปทรงของตัวเรือน เม็ดมะยมทรงนูนพร้อมโลโก้ กระจกหน้าปัดทรงกล่อง ขอบหน้าปัดพิมพ์สเกลนาทีสีขาวสำหรับกำหนดเวลาดำน้ำซึ่งหมุนได้ด้วยเม็ดมะยมตำแหน่ง 2 นาฬิกา ขณะที่เม็ดมะยมของกลไกทำงานอยู่ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ภาพสลักสัญลักษณ์นักดำน้ำร่วมกับชื่อรุ่นบนฝาหลัง ตลอดจนรายละเอียดบนหน้าปัด ไม่ว่าจะเป็นหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยม 3 มิติชิ้นใหญ่ รูปแบบและตำแหน่งตัวอักษรและสเกล  สารเรืองแสงจุดกลมต่อจากปลายหลักชั่วโมง และสารเรืองแสงบนเข็มชั่วโมงกับนาที ช่องหน้าต่างแสดงวัน ณ 6 นาฬิกา และแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา จานแสดงวันกับวันที่พื้นสีขาว ไปจนถึงเข็มชั่วโมงทรงลูกศร เข็มนาทีทรงแหลม และเข็มวินาทีบางเฉียบ

 

ภายใต้รูปลักษณ์วินเทจตามแบบของรุ่นต้นฉบับสมัยทศวรรษ 1960s นี้ Orient ได้ซ่อนคุณสมบัติของนาฬิกายุคปัจจุบันไว้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกันน้ำถึงระดับ 20 บาร์ (เทียบเท่า 200 เมตร แต่ไม่ใช่มาตรฐานสากล ISO ของนาฬิกาดำน้ำ) กระจกหน้าปัดมิเนอรัลคริสตัล (รุ่นดั้งเดิมเป็นอะคริลิก) สายสเตนเลสสตีลแบบตัน และกลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) จำนวนทับทิม 22 ชิ้น ขึ้นลานด้วยมือได้ Cal.F6922 กำลังสำรอง 40 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันแสดงวันกับวันที่ บรรจุมาในตัวเรือนขนาด 43.8 มิลลิเมตร หนา 14.0 มิลลิเมตร

 

Weekly Auto Orient King Diver เจเนอเรชั่นปี 2020 เปิดตัวออกมา 4 เวอร์ชั่น ประกอบด้วยแบบตัวเรือนพร้อมสายสเตนเลสสตีล 3 เวอร์ชั่น ซึ่งแตกต่างกันที่สีของหน้าปัด คือ Ref.RA-AA0D01B หน้าปัดและวงขอบหน้าปัดดำ Ref.RA-AA0D02R หน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีวงขอบหน้าปัดดำ และ Ref.RA-AA0D03E หน้าปัดและวงขอบหน้าปัดเขียวเข้ม ซึ่งทั้งหมดใช้หลักชั่วโมงกับเข็มและกรอบหน้าต่างวันที่เป็นสีเงิน วางราคาจำหน่ายไว้ที่ 14,000 บาท (ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นปกติในตลาดโลก แต่มีสถานะเป็นรุ่น 70th Anniversary Limited Edition (เดอะ เซเวนตีธ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เฉพาะสำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่น แบ่งเป็นหน้าปัดดำ Ref.RN-AA0D011B 1,000 เรือน และหน้าปัดแดง Ref.RN-AA0D12R กับหน้าปัดเขียว Ref.RN-AA0D13E เวอร์ชั่นละ 500 เรือน) และ Ref.RA-AA0D04G เวอร์ชั่นผลิตจำนวนจำกัด 70th Anniversary Limited Edition จำนวน 1,700 เรือน (บวก Ref.RN-AA0D14G อีก 500 เรือนสำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่น) ที่มากับตัวเรือนสเตนเลสสตีลและเม็ดมะยมที่ถูกเคลือบเป็นสีบรอนซ์เข้ม พร้อมขอบตัวเรือนเคลือบสีเทาเข้ม และใช้หน้าปัดสีไล่เฉดจากสีทองบริเวณส่วนกลางไปเป็นสีดำในบริเวณส่วนริม ซึ่งนำแบบอย่างมาจากนาฬิการุ่นดังของ Orient ในสมัยทศวรรษ 1970s ที่มีชื่อว่า Jaguar Focus (จากัวร์ โฟกัส) สำหรับรุ่นนี้จะใช้ชิ้นหลักชั่วโมง เข็ม กับกรอบหน้าต่างวันที่เป็นสีทอง จับคู่มากับสายหนังวัวสีน้ำตาลเข้ม เดินตะเข็บด้ายสีทอง ราคาจำหน่ายในประเทศไทยไม่ปรากฎ แต่ราคาในสหรัฐอเมริกาจะสูงกว่าเวอร์ชั่นปกติอยู่ราว 5,000 บาท

 

บนฝาหลังของเวอร์ชั่นที่เป็น ‘Limited Edition’ ผลิตจำนวนจำกัด ทั้งเวอร์ชั่นสำหรับตลาดญี่ปุ่น และเวอร์ชั่นสำหรับตลาดโลกนั้นจะมีข้อความ ‘Orient 70th Anniversary Limited Edition’ ต่อด้วยหมายเลขประจำเรือน / จำนวนการผลิต ปรากฎรอบภาพสลักสัญลักษณ์นักดำน้ำพร้อมชื่อรุ่น เพื่อบ่งบอกถึงวาระฉลองครบปีที่ 70 ของ Orient และในส่วนของเวอร์ชั่นสำหรับตลาดญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะใช้รหัสรุ่นต่างกับเวอร์ชั่นตลาดโลกแล้ว ตัวอักษรแสดงชื่อวันยังเป็นอักษรคันจิของญี่ปุ่นด้วย

 

ส่วนใครที่สงสัยว่าทำไมถึงมีชื่อแบรนด์ ‘Epson’ (เอปสัน) อยู่บนฝาหลังด้วยนั้น คำตอบก็คือ บริษัท ‘Orient Watch’ (โอเรียนท์ วอทช์) ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของ Epson เมื่อปี 2009 ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรจนกลายเป็นบริษัท ‘Seiko Epson Corporation’ (ไซโก เอปสัน คอร์ปอเรชัน) ในปี 2017 นั่นเอง

เวอร์ชั่น JDM ผลิตจำนวนจำกัดสำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่น (เรือนขวา) จะใช้วันที่เป็นตัวอักษรคันจิ แตกต่างจากวันที่ภาษาอังกฤษในเวอร์ชั่นสากล

เวอร์ชั่น JDM ผลิตจำนวนจำกัด

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up