UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesYACHT-MASTER 42 - ไซส์ใหญ่เต็มข้อ

YACHT-MASTER 42 – ไซส์ใหญ่เต็มข้อ

by: ‘TomyTom’

 

เดิมที Yacht-Master 40 (ยอชต์มาสเตอร์ โฟร์ตี) เป็นนาฬิกาสปอร์ตดีไซน์เรียบร้อยจาก Rolex (โรเล็กซ์) ที่หลายคนอาจเคยมองข้าม ซึ่งคงเพราะขนาดที่ดูเล็กไปสักนิดเมื่อเทียบกับนาฬิกาสปอร์ตส่วนใหญ่ในยุคนี้ แต่ทันทีที่ Rolex เปิดตัว Oyster Perpetual Yacht-Master 42 (ออยสเตอร์ เพอร์เพทชวล ยอชต์มาสเตอร์ โฟร์ตีทู) Ref.226659 ออกมาในปี 2019 มุมมองที่เหล่าบุรุษเพศเคยมีต่อ Yacht-Master ก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะขนาด 40.0 มิลลิเมตร ของตัวเรือนรุ่น Yacht-Master 40 ถูกปรับขยายขึ้นเป็น 42.0 มิลลิเมตร ทั้งยังเปิดตัวด้วยเครื่องแบบสากลของนาฬิกาสปอร์ต อันได้แก่ ตัวเรือนสีเงิน (ซึ่งมิใช่สเตนเลสสตีล หากแต่เป็นทองขาว 18K) หน้าปัดสีดำ และสายยางสีดำ ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับผู้คนส่วนมากอีกด้วย

 

แม้รูปแบบ วัสดุ และสีที่ใช้จะเป็นเครื่องแบบสากลดังว่า แต่เมื่อเป็น Rolex แล้ว สิ่งที่ดูเหมือนธรรมดาก็มีความเหนือชั้นอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยวัสดุชั้นเลิศที่ใช้ เริ่มตั้งแต่ชิ้นหลักชั่วโมงสีเงินที่ทำจากทอง 18K เพื่อความวาวอันสุกปลั่งเหนือสเตนเลสสตีล สารเรืองแสง ‘Chromalight’ (โครมาไลต์) ที่เปล่งแสงเป็นสีฟ้ากระจ่างไสวในความมืดมิดทั้งบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้ ขอบตัวเรือนเซรามิกแบบ ‘Cerachrom’ (เซราครอม) สีดำด้านแบบสเกลยกนูน โดยขัดเงาในส่วนของสเกล เพื่อให้ตัดกันกับผิวด้านของพื้นวงอย่างงดงาม ขอบตัวเรือนนี้สามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง ส่วนสายแบบ ‘Oysterflex’ (ออยสเตอร์เฟล็กซ์) นันเป็นนวัตกรรมสายที่ใช้ ‘Elastomer’ (อีลาสโตเมอร์) สีดำหลอมหุ้มแผ่นไทเทเนียมร่วมกับนิกเกิลอัลลอยที่สามารถยืดหยุ่นได้เอาไว้เพื่อความคงทนของสาย อีกทั้งด้านในของสายยังมีลักษณะเป็นบ่าหนุนเพื่อมอบความกระชับรับกับข้อมือของผู้สวมใส่เป็นที่สุด ปิดท้ายด้วยตัวล็อกทองขาว 18K ชนิดบานพับนิรภัย ‘Oysterlock’ (ออยสเตอร์ล็อก) อันแน่นหนา และยากต่อการปลดล็อกโดยบังเอิญ ทั้งยังมาพร้อมระบบ ‘Rolex Glidelock’ (โรเล็กซ์ ไกลด์ล็อก) อันเป็นรูปแบบร่องฟันที่ทำให้สามารถปรับขยายเพิ่มความยาวได้อีกราว 2.5 มิลลิเมตร เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน

 

ตัวเรือนแบบ ‘Oyster’ ขนาด 42.0 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร เช่นเดียวกับ Yacht-Master รุ่นอื่นๆ ด้วยความสามารถของเม็ดมะยมและฝาหลังชนิดล็อกเกลียว และใช้กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลพร้อมเลนส์ขยายเหนือช่องหน้าต่างวันที่ ส่วนกลไกขับเคลื่อนที่ Rolex ใช้กับ Yacht-Master 42 ก็คือ Cal.3235 เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Yacht-Master 40 นั่นเอง เครื่องคาลิเบรอนี้เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) เจเนอเรชั่นใหม่ของ Rolex โดยเป็นแบบขึ้นลานอัตโนมัติ 2 ทิศทาง แสดงเวลา 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ ซึ่งอุดมไปด้วยชิ้นส่วนและระบบกลไกอันเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ Rolex อันได้แก่ ระบบปล่อยจักร ‘Chronergy’ (โครเนอร์ยี) ที่ทำจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัสซึ่งไม่ไวต่อสนามแม่เหล็ก สายใยจักรกลอก ‘Parachrom’ (พาราครอม) ซึ่งเป็นโลหะผสมที่ต้านทานสนามแม่เหล็กได้ อีกยังมีความแม่นยำในการทำงานสูงกว่าสายใยจักรกลอกทั่วไปถึง 10 เท่าขณะที่ได้รับแรงกระเทือน และเมื่อประกอบเข้ากับรูปแบบ ‘Overcoil’ (โอเวอร์คอยล์) แล้วก็ทำให้สามารถคงความแม่นยำในการทำงานเอาไว้ได้ ไม่ว่านาฬิกาจะวางตัวอยู่ในตำแหน่งใด ส่งผลให้มีอัตราความเที่ยงตรงที่ยอดเยี่ยมถึง +/-2 วินาที/วัน ตามมาตรฐานการทดสอบความแม่นยำ ‘Superlative Chronomerter’ (ซูเปอร์ลาทีฟ โครโนมิเตอร์) ของ Rolex อันเป็นการรวมมาตรฐานโครโนมิเตอร์ของ COSC ที่ทดสอบเฉพาะตัวกลไก เข้ากับการทดสอบของ Rolex ที่กระทำเมื่อประกอบกลไกลงในตัวเรือนแล้ว นอกจากนี้ชุดจักรกลอกยังติดตั้งเข้ากับชิ้นส่วนดูดซับแรงกระเทือน ‘Paraflex’ (พาราเฟล็กซ์) ซึ่งทำให้ทนต่อแรงกระเทือนได้ดียิ่งขึ้น ส่วนตลับลานก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถสำรองพลังงานได้อย่างยาวนานถึง 70 ชั่วโมง

 

ราคาของ Oyster Perpetual Yacht-Master 42 Ref.226659 ตัวเรือนทองขาว 18K ที่มาพร้อมสาย ‘Oysterflex’ รุ่นนี้ถูกตั้งไว้ที่ 990,000 บาท ซึ่งสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอก็คือ เมื่อไร Rolex จะออกตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตรนี้ในวัสดุ ‘Oystersteel’ (ออยสเตอร์สตีล) อันเป็นสเตนเลสสตีลตามมาตรฐานของ Rolex มาให้เป็นเจ้าของกันเสียที เพื่อจะได้เป็นนาฬิกาสปอร์ตกันแบบเต็มๆ ตัว ที่มอบความสบายใจในการใช้งาน และสนนราคาที่ต่ำลงเป็นเท่าตัว เพราะราคาปัจจุบันของ Yacht-Master 40 ในแบบตัวเรือนและสาย ‘Oystersteel’ พร้อมขอบตัวเรือนแพลทินัม 950 นั้นอยู่ที่ 410,400 บาท เท่านั้น ซึ่งหากขยับเป็นขนาด 42.0 มิลลิเมตร ก็คงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่มากนัก

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up