UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesZENITH A384 REVIVAL LUPIN THE THIRD EDITION - แด่จอมโจรอัจฉริยะ

ZENITH A384 REVIVAL LUPIN THE THIRD EDITION – แด่จอมโจรอัจฉริยะ

by: ‘Mr.Big’

 

ในปีที่ผ่านมา Zenith (เซนิธ) ได้สร้างสรรค์นนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อระลึกถึงยอดจักรกลจับเวลาที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกอย่าง ‘El Primero’ (เอล พริเมโร) ออกมาหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน และในช่วงก่อนสิ้นปี 2019 ที่ผ่านมาก็ได้แนะนำเรือนพิเศษปิดท้ายปีไว้อย่างน่าสนใจ โดยนำความประทับใจจากมังงะและตัวละครอนิเมะญี่ปุ่นที่คลาสสิกตลอดกาลอย่าง ‘จอมโจรลูแปงที่ 3’ นำไปสู่การรังสรรค์นาฬิกาข้อมือรุ่น A384 Revival Lupin III Special Edition (เอธรีเอจธ์โฟร์ รีไววัล ลูแปง เดอะ เธิร์ด สเปเชียล เอดิชั่น)

 

ถือเป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นแบรนด์ไฮเอนด์อย่าง Zenith นำแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนมังงะและอนิเมะญี่ปุ่นมาสร้างสรรค์เป็นนาฬิการุ่นพิเศษ ซึ่ง ‘จอมโจรลูแปง’ หรือ ‘ลูแปงที่ 3’ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่แต่งโดย Kazuhiko Katō (คาซุฮิโกะ คาโตะ) หรือที่แฟนมังงะรู้จักกันในนามปากกา ‘Monkey Punch’ (มังกี พันช์) เป็นเรื่องราวของ ‘Arsène Lupin III’ (อาร์แซน ลูแปง ที่ 3) อาชญากรระดับโลก ซึ่งเป็นหลานปู่ของ ‘Arsène Lupin’ มหาโจรจากนวนิยายของ Maurice Leblanc (มอริซ เลอบลอง) นักเขียนชาวฝรั่งเศส เป็นมังงะที่ถือว่าคลาสสิกที่สุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น โดยจัดพิมพ์ระหว่าง พ.ศ. 2510-2514 และมีการนำมาผลิตเป็นอนิเมะโทรทัศน์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ และเกมอยู่บ่อยครั้ง

 

ในปี 1969 นั้น Zenith ได้เผยโฉมกลไกจับเวลาอัตโนมัติที่ดีที่สุดอย่าง ‘El Primero’ สู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก และได้นำจักรกลดังกล่าวมาบรรจุไว้ในนาฬิการุ่น A384 อีก 2 ปีต่อมาอนิเมะตอนแรกของ ‘Lupine III’ ก็ปรากฏขึ้นบนจอโทรทัศน์และได้รับความนิยมอย่างสูงในทันที และในตอนแรกของเรื่องนั้น ตัวละครเอกอย่าง ‘ไดสุเกะ จิเก็น’ (Daisuke Jigen) คู่หูมือปืนรับจ้างของ ‘ลูแปงที่ 3’ ก็ปรากฏโฉมโดยที่บนข้อมือของเขาสวมใส่นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจาก Zenith A384 นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงนั้นนาฬิกาที่นำเสนอในอนิเมะนั้นไม่มีอยู่จริง และไม่ได้รับการผลิตขึ้นจนกระทั่งปรากฏ A384 Revival Lupine III Special Edition ออกมาในวันนี้

 

 

Zenith ออกแบบนาฬิการุ่นนี้ ภายใต้ดีไซน์ดั้งเดิมของ A384 จากปี 1969 ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลทรงถังเบียร์ขนาด 37.0 มิลลิเมตร สไตล์เรโทร กันน้ำ 50 เมตร พื้นหน้าปัดสีดำจัดวางเลย์เอาแบบ ‘Tri-compax’ (ไตรคอมแพ็กซ์) ในคู่สีดำ-เทา ขอบตัวเรือนประดับด้วยสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สีเทา แสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกเข็มวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา โดดเด่นด้วยการออกแบบเข็มชี้และมาร์คเกอร์เป็นสีทองในโทนย้อนยุค พร้อมเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีเบจ โดยมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ปรากฏ ณ ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา

 

แน่นอนว่าเรือนเวลาแห่งจอมโจรอัจฉริยะนี้ต้องมาพร้อมการทำงานของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ ‘El Primero’ ซึ่งมีอัตราความถี่ในการทำงานอยู่ที่ระดับ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง ฝาหลังผนึกคริสตัลแซพไฟร์ ประทับด้วยลายพิมพ์เส้นสีดำแบบซิลลูเอทเป็นรูปร่างของ ‘ไดสุเกะ จิเก็น’ ในชุด ‘Dimension Grand Jacket’ (ไดเมนชั่น แกรนด์ แจ็คเก็ต) ที่หลายคนคุ้นตากันดี เบื้องล่างสามารถมองเห็นการกวัดแกว่งของโรเตอร์ได้ รอบขอบสลักชื่อรุ่นพร้อมตัวเลข ‘1969-2019’ ตอกย้ำวาระฉลองครบรอบ 50 ปีของกลไกโครโนกราฟชั้นเลิศ จับคู่กับสายหนังจระเข้ ซึ่งแตกต่างจากที่ปรากฏในอนิเมะซึ่งเป็นสายสเตนเลสสตีล ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 900,000 เยน หรือประมาณ 270,000 บาท สำหรับคนที่อยากได้คงต้องพยายามกันหน่อย เพราะนาฬิการุ่นนี้จัดจำหน่ายแบบ ‘Domestic Model’ (โดเมสติก โมเดล) เฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up