UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesZENITH CHRONOMASTER SPORT GREEN - เขียวโครโนสะท้านทรวง

ZENITH CHRONOMASTER SPORT GREEN – เขียวโครโนสะท้านทรวง

by: ‘Mr.Big’

 

นับตั้งแต่ที่ Zenith (เซนิธ) เผยโฉมซีรีย์ Chronomaster Sport (โครโนมาสเตอร์ สปอร์ต) ออกมาในปี 2021 ภายใต้จุดเด่นที่นำรูปแบบดีไซน์จากนาฬิกา Zenith ในยุคก่อนมาปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย ผสานจักรกลโครโนกราฟ ‘El Primero’ (เอล พริเมโร) ชุดใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผลลัพธ์ก็คือการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้รักนาฬิกาทั่วโลก จนส่งผลให้ Chronomaster Sport กลายเป็นซีรีย์สุดเจ๋งที่ยืนหนึ่งอยู่ในแถวหน้าของแบรนด์ ณ ปัจจุบัน ล่าสุดช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา Zenith ได้เผยเวอร์ชั่นใหม่ของ Chronomaster Sport ในไลน์ผลิตปกติ ด้วยการจัดสียอดนิยมประจำยุคอย่างสีเขียวมาใช้บนขอบตัวเรือนและหน้าปัดได้ลงตัวสุดๆ

MITSUBISHI

 

ตัวเรือนยังคงมาในดีไซน์สปอร์ตร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ ขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 13.6 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีลที่แต่งผิวแบบปัดด้าน สลับงานลบมุมแบบขัดเงาบริเวณขอบ พร้อมปุ่มกดจับเวลาทรงกระบอกสูบที่ชวนให้นึกถึงดีไซน์แห่งวันวาน กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน กันน้ำได้ลึก 100 เมตร ขอบตัวเรือนโดดเด่นด้วยเซรามิกสีเขียวที่ผ่านการเคลือบขัดเป็นเงางาม ตกแต่งด้วยสเกลเวลา 1/10 วินาที สำหรับฟังก์ชันจับเวลาจากกลไก ‘El Primero’ ชุดใหม่ ที่แสดงค่าจับเวลาได้ละเอียดสูงสุด 1/10 วินาที ผ่านเข็มวินาทีหลักที่ดีไซน์ขั้วถ่วงเป็นรูปดาว 5 แฉก ของ Zenith รวมถึงแต้มปลายเข็มด้วยสีแดงเพื่อเป็นจุดสังเกต

 

ขณะที่พื้นหน้าปัดก็มาในสีเขียวเช่นเดียวกัน แต่เคลือบผิวด้วยแลคเกอร์แบบด้านเพื่อลดการสะท้อน ทำให้ดูค่าเวลาต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงทรงแท่งปาดขอบเอียงทั้ง 4 ด้าน และแต่งพื้นที่ด้านบนเป็นสีดำให้ดูคล้ายการสอดนิล ซึ่งเป็นหนึ่งในดีไซน์การทำหลักชั่วโมงอันเป็นที่นิยมสมัยอดีตเช่นเดียวกับรุ่นก่อน โดยวางถัดขึ้นมาจากขอบเล็กน้อย เพื่อเว้นพื้นที่ให้กับแทร็คเวลาแบบละเอียดสีขาว เลย์เอาท์วงหน้าปัดย่อยที่จัดวางให้ซ้อนทับกันเล็กน้อย และทำโทนสีในแต่ละวงให้ต่างกัน ได้แก่สีน้ำเงิน สีเทาแอนธราไซต์ และสีเทาอ่อน อันเป็นคุณลักษณะเด่นที่ปรากฏอยู่ในเรือนเวลาระดับตำนานอย่าง A386 El Primero ที่ผลิตขึ้นในปี 1969 สร้างมิติด้วยการทำพื้นผิวเป็นลายวงคลื่นทั้ง 3 วง โดยหน้าปัดสีเทาอ่อนเป็นการแสดงวินาทีจากการบอกเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง ขณะที่หน้าปัดสีแอนธราไซต์และสีเทาอ่อนระบุค่าจับเวลาเป็นวินาทีและนาที โดยสามารถจับเวลาต่อเนื่องมากสุด 60 นาที และแทรกการบอกวันที่ภายในช่องหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมที่เจาะไว้ระหว่าง 4-5 นาฬิกา ซึ่งใช้จานวันที่เป็นสีเขียวเพื่อให้กลมกลืนกับหน้าปัด และไม่ลืมที่จะเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด ‘C1’ (วีวัน) แต้มที่ขอบด้านในของหลักชั่วโมงและเข็ม เพื่อให้สามารถอ่านเวลาได้แม้ในสภาวะแสงน้อย

 

การทำงานของเวอร์ชั่นสีเขียวรุ่นใหม่นี้ ยังคงเป็นหน้าที่ของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.El Primero 3600 ที่มาพร้อมความถี่ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 5 เฮิรตซ์ ทำให้จับเวลาได้ละเอียดถึง 1/10 วินาที ติดตั้งทับทิมกันสึก 35 เม็ด และกักเก็บพลังงานสำรองได้ 60 ชั่วโมง จากการสร้างพลังงานผ่านการแกว่งตัวของโรเตอร์ฉลุโปร่งเป็นรูปดวงดาว 5 แฉก ของ Zenith ซึ่งเปิดโอกาสให้ชมกันได้ชัดๆ ผ่านฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ สามารถเลือกประกอบได้ทั้งกับสายสเตนเลสสตีลแบบ 3 ข้อ แบบปัดด้านสลับขัดเงาส่วนข้อกลาง หรือสายยางสีเขียวที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับคอลเลกชั่น Chronomaster Sport โดยเฉพาะ สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 10,900 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 446,000 บาท ในรุ่นสายสเตนเลสสตีล และ 10,400 ฟรังก์สวิส หรือราว 426,000 บาท เมื่อเลือกจับคู่กับสายยาง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up