UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesZENITH DEFY SKYLINE CHRONOGRAPH - โครโนกราฟคลาสสิกในเรือนโมเดิร์นสปอร์ต

ZENITH DEFY SKYLINE CHRONOGRAPH – โครโนกราฟคลาสสิกในเรือนโมเดิร์นสปอร์ต

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากที่เผยโฉมรุ่นออโตเมติก 2 เข็ม พร้อมเข็มแสดงความละเอียด 1/10 วินาที ออกมาในปี 2022 ต่อด้วยรุ่น ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) และทูร์บิญอง มาถึงวันนี้ Zenith (เซนิธ) ได้เติมเต็มอีกหนึ่งสไตล์ให้กับ Defy Skyline (ดีฟาย สกายไลน์) คอลเลกชั่นสปอร์ตเจนใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์อันทันสมัย ซึ่งแตกแขนงออกมาจากรากแก้วที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี 1969 อย่าง Defy กับการขยายไลน์มาสู่ Defy Skyline Chronograph (ดีฟาย สกายไลน์ โครโนกราฟ) ที่จะมัดใจเหล่าผู้รักนาฬิกาด้วยฟังก์ชันโครโนกราฟเต็มรูปแบบที่มาในลุคโมเดิร์นสปอร์ต ซึ่งบรรจุมาด้วยชุดจักรกลจับเวลามาตรฐานสูงอย่าง ‘El Primero’ พร้อมรูปแบบการจับเวลาด้วยความละเอียด 1/10 วินาทีอันมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังคงมอบความเชื่อใจให้กับผู้รักนาฬิกาได้เสมอ

MITSUBISHI

 

Defy Skyline Chronograph ที่นำเสนอออกมาใหม่ในปี 2024 นี้ รังสรรค์มาในขนาดตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร ซึ่งขยับเพิ่มขึ้น 0.1 มิลลิเมตร จากรุ่นเดิมในปี 2022 ในวัสดุสเตนเลสสตีลที่ทำการแต่งผิวแบบปัดลายที่หน้าตัดส่วนบน สลับกับงานแต่งขอบและลบมุมด้วยการขัดเงา ภายใต้ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ทรงแปดเหลี่ยมโมเดิร์น พร้อมขอบตัวเรือนสิบสองเหลี่ยม รับกับปุ่มกดจับเวลาทรงเหลี่ยมที่วางขนานไปกับแนวขอบข้างตัวเรือนอย่างกลมกลืน และเม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่ตกแต่งเป็นรูปดวงดาว 5 แฉก ของ Zenith สามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร ผนึกคริสตัลแซพไฟร์ที่เคลือบด้วยสารกันการสะท้อน พร้อมขาสายแบบ ‘Hooded’ (ฮูเด็ด) ช่วยปกปิดส่วนเชื่อมต่อสายให้ดูประสานกับสายกันเป็นเนื้อเดียว และยังสามารถถอดเปลี่ยนสายได้เองด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว มีให้เลือกทั้งสายสเตนเลสสตีล หรือสายยางปั๊มลายดาว 4 แฉก แบบเดียวกับบนหน้าปัด พร้อมตัวล็อกสเตนเลสสตีลแบบบานพับ

 

หน้าปัดของ Defy Skyline Chronograph นำเสนอมาใน 3 เวอร์ชั่น ได้แก่สีดำ สีเงินเมทัลลิก หรือสีน้ำเงิน โดยยังคงมากับการพื้นผิวที่เต็มไปด้วยลายสลักรูปดาว 4 แฉก อันได้แรงบันดาลใจมาจากประกายแสงระยิบระยับของดวงดาวกลางท้องฟ้ายามราตรี โดยมีโลโก้ดาว 5 แฉกของ Zenith เป็นจุดโฟกัสสายตาใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เหมือนเดิม ขณะที่รูปทรงของหลักชั่วโมงและเข็มชุบรูเธเนียม ถูกขัดแต่งและทำเหลี่ยมอย่างพิถีพิถันในลักษณะเดียวกันกับรุ่นปี 2022 ฉาบส่วนผิวหน้าด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด ‘C1’ (ซีวัน) สีขาว ขอบหน้าปัดตกแต่งด้วยวงแหวนที่ทำขอบด้านในเป็นสิบสองเหลี่ยม เพื่อให้รับกับขอบตัวเรือน ตกแต่งด้วยแทร็คเวลา 60 นาที ขณะที่ด้านในเป็นแทร็คเวลาความละเอียดสูง สำหรับการแสดงผลการจับเวลาภายใต้ความละเอียด 1/10 วินาที ด้วยเข็มวินาทีหลัก โดยจะทำงานสัมพันธ์กับค่าจับเวลา 60 วินาที และ 60 นาที ซึ่งแสดงอยู่ในวงหน้าปัดย่อยขัดลายวนก้นหอยที่ 3 และ 6 นาฬิกา ตามลำดับ และน่ายินดีที่เราจะได้เห็นการแสดงวินาทีปกติจาก Defy Skyline กันเสียที โดยกำหนดให้แสดงอยู่ภายในหน้าปัดย่อยที่ 9 นาฬิกา ด้วยเข็มสีเงินตลอดทั้งเล่ม เพื่อสร้างความแตกต่างจากเข็มจับเวลาซึ่งแต้มส่วนปลายเป็นสีแดง แทรกการแสดงวันที่ไว้ภายในช่องหน้าต่างระหว่างตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ด้วยจานดิสก์สีเดียวกับแผ่นหน้าปัดหลัก เพื่อให้สอดรับเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

การทำงานใช้การขับเคลื่อนของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.El Primero 3600 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ซึ่งเป็นกลไกแบบ ‘Integrated’ พร้อมชุดจักรเหล็กและก้านปัดที่ทำจากซิลิกอน ติดตั้งทับทิมกันสึก 35 เม็ด ใช้ความถี่ในการทำงานสูงถึง 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 5 เฮิร์ตซ แสดงค่าจับเวลาได้ละเอียด 1/10 วินาที สูงสุด 60 นาที เก็บกักพลังงานได้นาน 60 ชั่วโมง โดยสร้างพลังงานจากการแกว่งของโรเตอร์ขึ้นลานรูปดาว 5 แฉก ที่เป็นโลโก้ของ Zenith แต่งพื้นผิวกลไกแบบปัดด้าน สามารถชื่นชมการทำงานผ่านฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ เปิดราคามาให้เป็นเจ้าของกันที่ 12,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 525,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up