UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticles2023 MIDO MULTIFORT POWERWIND - ชื่อชั้นจากกลไกระดับตำนาน

2023 MIDO MULTIFORT POWERWIND – ชื่อชั้นจากกลไกระดับตำนาน

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว Mido (มิโด) ได้แนะนำนาฬิการุ่นพิเศษ Multiport Powerwind (มัลติฟอร์ต เพาเวอร์ไวด์) ซึ่งเป็นงานผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,954 เรือน โดยตั้งชื่อตามกลไกออโตเมติกของแบรนด์ที่สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1954 ด้วยความร่วมมือกับ ‘A. Schild SA’ (อา ชิลด์ แอสอา) พันธมิตรที่ร่วมงานกับ Mido มายาวนาน ในปีนี้จึงขอนำความประทับใจของ Multifort Powerwind กลับมาสานต่ออีกครั้ง โดยครั้งนี้เปิดโอกาสให้คนรักนาฬิกาได้สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้แบบทั่วถึง ด้วยการผลิตเป็นคอลเลกชั่นปกติ ไม่ได้จำกัดจำนวนเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา และนี่คือ Multifort Powerwind เวอร์ชั่นประจำปี 2023

MITSUBISHI

 

เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์หรูสง่าเหมือนรุ่นที่ผ่านมา ตัวเรือนสร้างสรรค์ขึ้นจากสเตนเลสสตีลหรือสเตนเลสสตีลที่เคลือบเป็นสีทองด้วยเทคนิค PVD ขนาด 40.0 มิลลิเมตร หนา 12.1 มิลลิเมตร และมีความกว้างระหว่างขาสาย 19.0 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ 50 เมตร ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน ซึ่งในรุ่นปกตินี้จะมาในทรงแบนราบ ไม่ใช่ทรงกล่องเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา ส่วนสีของหน้าปัดก็จัดมาให้เลือกในสีน้ำเงิน หรือสีดำ โดยรุ่นตัวเรือนเคลือบสีทองจะมีเฉพาะหน้าปัดเคลือบสีทองเพียงแบบเดียว ซึ่งทุกสีหน้าปัดได้รับการปัดลายรัศมีเพื่อเพิ่มมิติการสะท้อนของแสง ในขณะที่หลักชั่วโมงยังคงใช้แบบแท่งปลายแหลม แต่แทรกด้วยตัวเลขอารบิกขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 3, 9 และ 12 นาฬิกา แทร็คเวลารอบนอกก็เป็นงานออกแบบใหม่ด้วยเช่นกัน เพิ่มเติมด้วยกรอบสเกล และตัวเลขกำกับให้มีความชัดเจนมากขึ้น ฟอนต์ของโลโก้แบรนด์ยังคงใช้รูปแบบดั้งเดิม แต่ชื่อรุ่น ‘Multifort’ ที่ติดตั้งเหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา ถูกปรับเปลี่ยนให้กลับมาใช้อักษรปกติของ Mido แทน

 

การแสดงเวลายังคงนำเสนอในแบบ 3 เข็ม ด้วยเข็มทรงเดียวกับปีก่อน แต้มด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวช่วงกลางเข็ม และบนจุดหลักชั่วโมง ที่ถูกย้ายตำแหน่งให้อยู่ชิดขอบหน้าปัดหลังแทร็คเวลา เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านเวลาในที่มืด ส่วนการแสดงวันที่ก็ย้ายจาก 3 นาฬิกา มาไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา แทน โดยตัดฟังก์ชันบอกวันตามสัปดาห์ออกไป และลากเส้นกรอบเพื่อเป็นจุดดึงสายตามากขึ้น กลไกทำงานก็มีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยเป็นการขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Cal.80 หรือก็คือ Cal.ETA C07.621 อันเป็นกลไกชุดสามัญของ Mido ที่ใช้ในเรือนเวลารุ่นใหม่หลายรุ่น โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.6 มิลลิเมตร หนา 5.22 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด และบาลานซ์สปริง ‘Nivachron’ (นิวาครอง) ที่ช่วยลดผลกระทบจากการรบกวนของสนามแม่เหล็กได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมด้วยระดับการสำรองพลังงานสูงสุดที่ 80 ชั่วโมง โดยสามารถชมการทำงานของจักรกลที่ได้รับการขัดแต่งอย่างประณีตผ่านฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์

 

Multifort Powerwind รุ่นใหม่มาพร้อมกับสายสเตนเลสสตีล หรือสเตนเลสสตีลเคลือบทองเพื่อให้แมทช์กันทั้งเรือน พร้อมตัวล็อกสายแบบบานพับที่ติดตั้งปุ่มกดสำหรับปลดล็อก เป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้ที่ราคา 35,200 บาท สำหรับรุ่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล และ 39,100 บาท ในรุ่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเคลือบทอง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up