UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesARNOLD & SON LONGITUDE TITANIUM - ร่วมวงสปอร์ตร่างไทเทเนียม

ARNOLD & SON LONGITUDE TITANIUM – ร่วมวงสปอร์ตร่างไทเทเนียม

by: ‘Mr.Big’

 

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Arnold & Son (อาร์โนลด์ แอนด์ ซัน) หลายคนคงจะนึกถึงเรือนเวลาสไตล์คลาสสิกที่โดดเด่นด้วยการแสดงฟังก์ชันในรูปแบบที่ซับซ้อน หรือนำเสนอความงามหรูที่ผสานด้วยเสน่ห์ทางศิลปะ แต่วันนี้ Arnold & Son ได้เพิ่มบุคลิกใหม่ให้กับตัวเอง ด้วยการเปิดไลน์สปอร์ตแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเต็ด) เป็นครั้งแรก ในคอลเลกชั่นที่ใช้ชื่อว่า Longitude Titanium (ลองกิจูด ไทเทเนียม) ซึ่งสะท้อนถึงแรงบันดาลใจในเกียรติประวัติของ John Arnold (จอห์น อาร์โนลด์) ยอดนักประดิษฐจักรกลเวลาแห่งยุค ในการเป็นผู้ผลิตนาฬิกาเดินสมุทร ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการตรวจสอบเส้นลองกิจูดในช่วงศตวรรษที่ 17

MITSUBISHI

 

นาฬิกาสปอร์ตคอลเลกชั่นแรกจาก Arnold & Son นี้ดีไซน์ได้อย่างโดดเด่น โดยมี ‘Marine Chronometer’ ยุคโบราณเป็นสารตั้งต้น ตัวเรือนและสายผลิตจากไทเทเนียม ซึ่งประกอบเข้าด้วยกันแบบ ‘Integrated’ ดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว เน้นการแต่งพื้นผิวแบบปัดด้านให้อารมณ์ดิบแกร่ง วัดขนาดตัวเรือนได้ 42.5 มิลลิเมตร หนา 12.25 มิลลิเมตร พร้อมบ่าปกป้องเม็ดมะยมขันเกลียวเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้งได้มากขึ้น ขอบตัวเรือนตกแต่งเป็นวงแหวนบากร่องหยักนับได้ 60 ร่อง ผนึกแผ่นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน สามารถกันน้ำได้ 100 เมตร ตัวสายไทเทเนียมได้รับการออกแบบข้อสายเป็นรูปตัวอักษร ‘H’ (เอช) ทรงโค้ง พร้อมด้วยข้อกลางที่ขัดแต่งเป็นเหลี่ยมสันอย่างโดดเด่น โดยสามารถถอดสลับเปลี่ยนไปใส่สายยางลายผ้าที่ให้มาในชุดได้ด้วยตัวเอง

 

หน้าปัดของ Longitude Titanium ยังคงสะท้อนแบบฉบับของนาฬิกา ‘Marine Chronometer’ โดยเบื้องต้นจัดมาให้เลือก 3 สี พร้อมรายละเอียดที่แตกต่างกัน ได้แก่หน้าปัดสีน้ำเงิน ‘Ocean Blue’ (โอเชียน บลู) กับหลักชั่วโมงและเข็มเคลือบโรเดียมสีเงิน หน้าปัดสีเขียว ‘Fern Green’ (เฟิร์น กรีน) พร้อมหลักชั่วโมงและเข็มสีทอง และหน้าปัดสีทราย ‘Kingsand Gold’ (คิงแซนด์ โกลด์) ซึ่งจับคู่มากับหลักชั่วโมงกับเข็มโรเดียมสีเงิน และเข็มย่อยสีน้ำเงิน ซึ่งเฉพาะหน้าปัดสีนี้เป็นการผลิตในจำนวนจำกัดแค่ 88 เรือน เท่านั้น หน้าปัดทุกสีจะทำการปัดลายในแนวดิ่ง ตัดกับหน้าปัดย่อยที่สลักเป็นลายวงก้นหอย และเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวไว้บนเข็มและหลักชั่วโมงทุกตำแหน่ง แสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง ร่วมด้วยฟังก์ชันแสดงค่าพลังงานสำรองด้วยเข็มตีกลับที่ชี้ไปยังช่องฉลุใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

 

การทำงานใช้กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.A&S6302 ดีกรีความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ จากการรับรองและทดสอบโดยสถาบัน COSC (ซีโอเอสซี) ตัวกลไกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 33.0 มิลลิเมตร หนา 6.5 มิลลิเมตร ใช้ทับทิมกันสึก 36 เม็ด ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถเก็บพลังงานสำรองได้ 60 ชั่วโมง แท่นเครื่องและสะพานจักรขัดแต่งลายแบบ ‘Rayons de la Gloire’ (ฮายงส์ เดอ ลา กลัวร์) พร้อมโรเตอร์ขึ้นลานทอง 22K ฉลุลายโปร่งโครงโค้งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหัวเรือรบโบราณของอังกฤษ ทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้รับชมผ่านทางฝาหลังกรุคริสตัลแซพเฟร์ ตั้งราคาให้ซื้อหากันที่ 21,500 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 870,000 บาท ในรุ่นหน้าปัดสี ‘Ocean Blue’ และ ‘Fern Green’ ส่วนรุ่นหน้าปัด ‘Kingsand Gold’ ที่ผลิตจำนวนจำกัด 88 เรือน นั้นราคาขยับมาอยู่ที่ 22,600 ฟรังก์สวิส หรือตกอยู่ที่ราวๆ 915,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up