UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesAUDEMARS PIGUET ROYAL OAK SELFWINDING FLYING TOURBILLON OPENWORKED 41 SAND GOLD -...

AUDEMARS PIGUET ROYAL OAK SELFWINDING FLYING TOURBILLON OPENWORKED 41 SAND GOLD – หรูล้ำในร่างทองเฉดใหม่

by: ‘Mr.Big’

 

เข้าสู่ช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ย่างเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 เป็นที่รู้กันดีในแวดวงอุตสาหกรรมเครื่องบอกเวลา ว่านี่คือช่วงเวลาที่เหล่าบรรดาแบรนด์ชั้นนำต่างทยอยเปิดตัวผลงานล่าสุดประจำปีของตนออกมาให้ชื่นชมกันเป็นระยะๆ แล้ว ซึ่ง Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ก็ประเดิมเปิดตัวผลงานประจำปี 2024 ของตนให้เห็นกันแล้วในงาน ‘AP Social Club 2024’ (เอพี โซเชียล คลับ 2024) ซึ่งจัดขึ้นที่ ‘AP House’ (เอพี เฮาส์) สาขาล่าสุดที่ตั้งอยู่ในย่าน ‘Via Bagutta’ (เวีย บากัตตา) เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยนำประดิษฐกรรมเวลารุ่นใหม่มาจัดแสดงให้ชมกันหลายรุ่น โดยเฉพาะคอลเลกชั่น Royal Oak (รอยัล โอ๊ก) ซึ่งวันนี้ขอเสนอหนึ่งในไฮไลต์จาก Royal Oak เรือน ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) ที่มาพร้อมกับความหรูหราล่าสุดอันรังสรรค์ขึ้นจากทองชนิดใหม่ที่ขนานนามไว้ว่า ‘Sand Gold’ (แซนด์ โกลด์) หรือทองสีทราย

MITSUBISHI

 

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา Audemars Piguet ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นผู้นำที่ก้าวข้ามขีดจำกัดในเรื่องของวัสดุผ่านเรือนเวลามาแล้วหลายรุ่น และสำหรับเรือนล่าสุดที่รังสรรค์ตัวเรือนและสายจากทองสีทราย 18K หรือ ‘Sand Gold’ 18K นี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Royal Oak Selfwinding Flying Tourbillon Openworked 41 Sand Gold (รอยัล โอ๊ก เซลฟ์ไวน์ดิง ฟลายอิง ทูร์บิญอง โอเพ่นเวิร์กด์ ฟอร์ตีวัน แซนด์ โกลด์) โดยทองสีทราย 18K ที่ Audemars Piguet นำมาสร้างสรรค์นั้นเกิดขึ้นจากโลหะ 3 ชนิด ได้แก่ทอง ทองแดง และพัลลาเดียม ซึ่งทำการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและเปอร์เซนต์ของส่วนผสมเพื่อให้ได้เฉดสีที่อยู่ช่วงกึ่งกลางระหว่างทองขาวกับทองกุหลาบ จนดูเหมือนสีของทรายยามต้องกับแสงแดดยามเช้า โดยนำมาสร้างสรรค์เป็นตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร ที่ยังคงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับ Royal Oak โดยมีขอบแปดเหลี่ยมที่ยึดด้วยสกรูทองขาว 8 ตำแหน่ง อย่างโดดเด่น พร้อมทำการปัดลายสลับกับงานลบมุมแบบขัดเงา เพื่อสร้างมิติของแสงให้พื้นผิวดูมีสีที่อ่อนและเข้มตามมุมมองและแสงที่ตกกระทบ ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน กันน้ำได้ 50 เมตร

 

หน้าปัดแบบ ‘Open-worked’ ของรุ่นนี้ใช้โครงสร้างเดียวกับรุ่นที่เปิดตัวในปี 2022 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของคอลเลกชั่น Royal Oak แต่สิ่งที่ทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือการเคลือบสะพานจักรชิ้นหลักเป็นสีทองทรายด้วยเทคนิคกัลวานิกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้กลมกลืนกับตัวเรือน สลับกับชิ้นส่วนประกอบอื่นๆ และกรงทูร์บิญองที่ชุบโรเดียมเป็นสีเงินวาว ขอบข้างหน้าปัดตกแต่งด้วยเส้นแทร็คเวลาสีดำ และมีหลักชั่วโมงทองขาว 18K เจียรเป็นทรงแท่งปาดเหลี่ยมติดตั้งในแนวลาดเอียง บอกเวลาแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มบอกเวลาที่รังสรรค์ขึ้นจากทองขาว 18K เช่นเดียวกัน โดยทั้งหลักชั่วโมงและเข็มทำการเติมสารเรืองแสงสีขาวเอาไว้ สำหรับใช้ประโยชน์ในการดูเวลาในที่มืด ขณะที่กรง ‘Flying Tourbillon’ ถูกติดตั้งอยู่ภายในเบ้าบริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา ตามปกติ

 

กลไกชุดที่จัดแสดงอย่างโดดเด่นนี้ เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.2972 พร้อม ‘Flying Tourbillon’ ซึ่งเป็นกลไกเจเนเรชั่นใหม่ ชุดเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ใน Royal Oak Self-Winding Flying Tourbillon Openworked เรือนเซรามิกสีขาวที่ผลิตขึ้นเพียงเรือนเดียวในโลกสำหรับการประมูลการกุศล ‘Only Watch 2023’ (โอนลี วอทช์ 2023) กลไกชุดนี้พัฒนาขึ้นจาก Cal.2950 โดยใช้ชิ้นส่วนในการประกอบทั้งสิ้น 271 ชิ้น ทับทิม 27 เม็ด ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 31.5 มิลลิเมตร เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการสำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง ใช้โรเตอร์ขึ้นลานแบบฉลุโปร่งเป็นโครงสัญลักษณ์ ‘AP’ สีเงินวาวจากการเคลือบโรเดียมลงบนชิ้นทองชมพูเพื่อสร้างคอนทราสต์กับโครงสะพานจักรที่ทำเป็นสี ‘Sand Gold’ สามารถชื่นชมได้อย่างชัดเจนผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายทองสีทราย 18K ในดีไซน์และงานฟินิชิงตามแบบฉบับดั้งเดิม โดยเปิดโอกาสให้นักสะสมได้เป็นเจ้าของกันได้จากการขึ้นไลน์ผลิตอย่างปกติ ในราคา 250,000 ฟรังก์สวิส คิดเป็นเงินไทยตกอยู่ที่ราว 10 ล้านบาทกว่าๆ

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up