UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBIANCHET FLYING TOURBILLON SPORT GMT B1.618 - เรือนสปอร์ตกลไกทูร์บิญองพร้อม GMT

BIANCHET FLYING TOURBILLON SPORT GMT B1.618 – เรือนสปอร์ตกลไกทูร์บิญองพร้อม GMT

by: ‘TomyTom’

 

Bianchet (บิอังเชต์) นำ 3 คุณลักษณะอันเลอเลิศ ได้แก่ดีไซน์นาฬิกาสปอร์ตแบบสมัยใหม่ ฟังก์ชัน GMT (จีเอ็มที) สำหรับนักเดินทาง และการบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงด้วยจักรกลทูร์บิญอง มารวมไว้ในผลงานชิ้นใหม่ที่ให้ชื่อง่ายๆ แบบตรงประเด็นว่า Flying Tourbillon Sport GMT B1.618 (ฟลายอิง ทูร์บิญอง สปอร์ต จีเอ็มที บี1.618) จากคอลเลกชั่น B1.618

MITSUBISHI

 

ความกลมกลืนแต่รู้ได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าเป็นของดีมีราคา คือแนวทางการออกแบบที่ Bianchet เลือกใช้กับนาฬิการุ่นนี้ ผลที่ได้ก็คือตัวเรือนนาฬิกาทรงถัง ‘Barrel’ (บาร์เรล) หรือบ้างก็เรียกว่าทรง ‘Tonneau’ (ตอนโน) ขนาด 43.0 x 51.0 มิลลิเมตร หนา 14.35 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร ในดีไซน์สมัยใหม่ที่ออกแบบขึ้นโดยใช้หลักการ ‘Golden Ratio’ (โกลเดน เรโช) หรือที่คนไทยเรียกว่า ‘สัดส่วนทองคำ’ อันเป็นทฤษฏีเก่าแก่ทางคณิตศาสตร์ที่ Leonardo Fibonacci (เลโอนาร์โด ฟีโบนัคชี) นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาเลียนคนดังในอดีต คิดค้นขึ้นเพื่อใช้คำนวณหาสัดส่วนที่สวยที่สุดให้กับงานออกแบบ ซึ่งสัดส่วนนั้นก็คือ อัตราส่วน 1.618 อันเป็นตัวเลขที่นำมาใช้เป็นชื่อคอลเลกชั่นนั่นเอง

 

ตัวเรือนมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือแบบคาร์บอน ที่ทำจาก ‘Titanium-Dust-High-Density Carbon’ (ไทเทเนียมดัสต์ไฮเดนซิตี คาร์บอน) ล้วนๆ ซึ่งเป็นวัสดุผสมของคาร์บอนความหนาแน่นสูงกับไทเทเนียม ก่อเกิดเป็นลายเส้นที่สวยงามสะกดตา และแบบไฮบริดที่ใช้ตัวเรือนชิ้นกลางเป็น ‘Titanium-Dust-High-Density Carbon’ ร่วมกับขอบตัวเรือนและขอบฝาหลังไทเทเนียม

 

ทั้ง 2 รูปแบบตัวเรือน จับคู่มากับสายที่หลอมจากยางธรรมชาติ ล็อกด้วยบานพับไทเทเนียม ซึ่งจะให้มา 2 เส้น คือสีดำ และสีอื่น อันได้แก่ สีขาว สีฟ้า สีแดง หรือสีเขียว ซึ่งเข้ากับสีที่ใช้ตกแต่งนาฬิกา อันได้แก่แนวรอยต่อของตัวเรือนกับขอบตัวเรือนและยางหุ้มรอบเม็ดมะยมซึ่งเป็นยางธรรมชาติหลอม สีของสารเรืองแสงบนเข็ม และแถบสีสำหรับช่วงเวลากลางวันบนวง 24 ชั่วโมง ทั้งหมดจึงแยกออกได้เป็น 6 เวอร์ชั่นด้วยกัน ส่วนกระจกทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลังนั้นเป็นแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน

 

การบอกอีกค่าเวลาของนาฬิการุ่นนี้ กระทำผ่านชิ้นหัวศรที่ชี้ไปยังวง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขสีขาวบนพื้นสีดำสำหรับช่วงเวลากลางคืน และพื้นสีอื่นในช่วงเวลากลางวัน โดยที่ส่วนกลางจะเป็นลูกโลกโค้งทำสีดำหรือสีอื่นๆ โดยมีส่วนแผ่นทวีปเป็นสีเทา ซึ่งดูสวยงามดีทีเดียว ลูกโลกนี้จะหมุนไปพร้อมกับหัวศรเพื่อชี้แสดงเวลาอ้างอิงซึ่งเป็นเวลาแบบ 24 ชั่วโมง โดยการปรับตั้งจะกระทำผ่านเม็ดมะยมเม็ดเดียวกับการปรับเวลาปกติ และมีเข็มบอกตำแหน่งมาให้ว่าเม็ดมะยมอยู่ในจังหวะสำหรับขึ้นลาน ตั้งเวลาท้องถิ่น หรือตั้งเวลาอ้างอิง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน สำหรับการสำรองพลังงานก็กระทำได้อย่างเหลือเฟือถึง 90 ชั่วโมง เลยทีเดียว

 

ทูร์บิญองที่ใช้เป็นแบบ ‘Flying’ ทำจากไทเทเนียม ทำงานร่วมกับจักรกลอกแบบแรงเฉื่อยแปรผัน ลักษณะในภาพรวมของกลไกไขลาน ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันดูอัลไทม์ GMT คาลิเบรอนี้ ออกแบบให้มีกรอบทรงถังเบียร์ ชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งแท่นเครื่องและสะพานจักรไทเทเนียม ตลอดจนวงเฟือง ถูกฉลุโปร่งในแบบ ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) ทั้งหมดนี้เป็นงาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) ที่ผลิตและประกอบขึ้นด้วยมือโดยทีมงานของ Bianchet เอง การตกแต่งกลไกกระทำอย่างงดงามด้วยมือ ทั้งงานพ่นทราย งานปัดลายซาติน และงานปาดขอบ ทั้งยังเคลือบชิ้นส่วนเหล่านี้ให้เป็นสีดำด้วยเทคนิค DLC แม้แต่ตราอักษร ‘B’ สีเงินของ Bianchet บนจุดกึ่งกลางของทูร์บิญอง และบนเม็ดมะยมไทเทเนียมขัดเงา ก็บรรจงลงแลคเกอร์สีดำด้วยมือเพื่อความสวยงามระดับสูงสุด

 

ราคาจำหน่ายที่ Bianchet กำหนดให้กับนาฬิการุ่นนี้ก็คือ 75,500 ฟรังก์สวิส หรือราว 3.033 ล้านบาท จำนวนการผลิตไม่ได้แจ้งว่าเป็นลักษณะจำนวนจำกัดแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) หากแต่เป็น ‘Limited Production’ (ลิมิเต็ด โปรดักชั่น) ที่บอกว่าจะผลิตขึ้นเพียงปีละ 100 เรือนเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up