UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBREGUET CLASSIQUE DOUBLE TOURBILLON QUAI DE L’HORLOGE 5345 - ทูร์บิญองคู่ที่เหนือชั้นในทุกรายละเอียด

BREGUET CLASSIQUE DOUBLE TOURBILLON QUAI DE L’HORLOGE 5345 – ทูร์บิญองคู่ที่เหนือชั้นในทุกรายละเอียด

by: ‘TomyTom

 

เพื่อย้ำเตือนถึงนวัตกรรมจักรกลทูร์บิญองที่ Abraham-Louis Breguet (อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์) ให้กำเนิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1801 ทาง Breguet (เบรเกต์) จึงตีความสุดยอดนาฬิการะดับผลงานชิ้นเอกที่ใช้กลไก ‘Double Tourbillon’ (ดับเบิล ทูร์บิญอง) ของตนขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายใต้ชื่อรุ่น Classique Double Tourbillon Quai de l’Horloge 5345 (กลาสสีค ดับเบิล ทูร์บิญอง เคย์ เดอ ลอร์ลอจ 5345) จากคอลเลกชั่น Classique Complications (กลาสสีค คอมพลิเคชั่นส์) โดยนำเสนอด้วยศิลปะงานฝีมือระดับสูงสุดแสนประณีตในทุกองค์ประกอบของนาฬิกา รวมไปถึงชิ้นส่วนกลไกอันเป็นองค์ประกอบทางด้านเทคนิคที่แสนจะซับซ้อนด้วย

MITSUBISHI

 

ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ขนาด 46.0 มิลลิเมตร ที่วัดความหนารวมกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่องและฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ได้ 16.8 มิลลิเมตร โดยตกแต่งขอบข้างมาแบบเซาะร่องแนวตั้งตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ คือที่สถิตของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลานที่มีระดับความซับซ้อนสูง ความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง Cal.588N2 ซึ่งประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนมากถึง 740 ชิ้น

 

กลไกคาลิเบรอนี้มอบความงดงามติดตาตรึงใจด้วยจักรกลทูร์บิญองคู่ทางฝั่งด้านหน้า รวมไปถึงชิ้นส่วนจักรกลต่างๆ อย่างชัดเจน โดยไม่มีอะไรมาปิดบังเพราะติดตั้งอยู่เหนือแท่นเครื่องทองกุหลาบ และมีเพียงวงแหวนขอบหน้าปัดที่เป็นแผ่นคริสตัลแซพไฟร์สำหรับเป็นตำแหน่งของหลักชั่วโมงเลขโรมันขนาดบาง และสเกลนาทีกับชื่อแบรนด์และหมายเลขที่พิมพ์เป็นสีน้ำเงินผิวนูนเงาอยู่เท่านั้น โดยติดตั้งอยู่เหนือแท่นเครื่อง นำมาซึ่งมิติและแสงเงาอันน่าชม ส่วนสายที่ติดตั้งมาให้นั้นเป็นยางสีน้ำเงินเข้มที่แกะร่องเป็นชื่อ Breguet และร่องขีดเส้นใต้บางๆ ซึ่งค่อนข้างแปลกตา เพราะนาฬิกาแนวนี้ของ Breguet ส่วนใหญ่จะมากับสายหนังจระเข้

 

ท่อนสะพานจักรทูร์บิญองขนาดยาวของทูร์บิญองทั้ง 2 ชุด ถูกยึดเข้ากับแท่นเครื่อง โดยท่อนสะพานจักรและชิ้นส่วนประกอบนี้จะหมุนครบรอบในทุก 12 ชั่วโมง โดยมีฝั่งหนึ่งเป็นปลายแหลมทำสีน้ำเงินรับหน้าที่เป็นเข็มชั่วโมงไปในตัว ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นสีเงินที่ขัดผิวมาอย่างสวยงาม ซึ่งชิ้นทับทิมของทูร์บิญองฝั่งนี้จะมีลักษณะเป็นวงกลมเลียนแบบรูปทรงของเข็มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Breguet ด้วย นั่นหมายความว่าจักรกลทูร์บิญองทั้งคู่จะโคจรไปเรื่อยๆ ทำให้จ้องมองได้ไม่รู้เบื่อ ส่วนเข็มนาทีก็แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเข็มทรง ‘Breguet’ ทำสีน้ำเงินเพื่อให้สอดคล้องกัน

 

ชุดทูร์บิญองทั้ง 2 นี้แยกส่วนประกอบของระบบกลไกทูร์บิญองและตลับลานออกจากกัน โดยแต่ละชุดต่างก็หมุนครบรอบตัวเองทุก 1 นาที ทำงานเชื่อมโยงกันด้วยระบบความถี่ศูนย์กลางที่เป็นตัวกำหนดความถี่ในการทำงานของกลไก และมีชุดอุปกรณ์ที่ 3 ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการทำงานของกลไกทั้งหมด ซึ่งเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก สำหรับแท่นเครื่องทองกุหลาบของคาลิเบรอนี้ได้รับการตกแต่งด้วยกรรมวิธีสลักลายแบบ ‘Guilloché’ (กิโยเช) ด้วยมือ เป็นลายที่ออกแบบขึ้นใหม่ เรียกว่า ‘Radiant Flinqué’ (เรเดียนท์ แฟลงเก) ที่มีลักษณะคล้ายกับคลื่นเสียง ส่วนสะพานจักรยึดตลับลานทั้ง 2 ชุด ที่วางตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกันก็เป็นทองกุหลาบ 18K ที่มีโครงสร้างเป็นรูปอักษร ‘B’ อย่างสละสลวยและปัดลายซาตินบนผิวหน้าร่วมกับการขัดเงาบนพื้นที่ขอบปาด ชิ้นส่วนกลไกทุกชิ้นถูกลบเหลี่ยมและขัดผิวด้วยมืออย่างสวยงาม สำหรับระบบปล่อยจักรเป็นแบบ ‘Pin-lever’ (พินเลเวอร์) พร้อมสายใยจักรกลอกแบบ ‘Breguet’

 

เมื่อพลิกมาทางด้านหลังแล้วมองผ่านฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์เข้าไป จะแลเห็นงานตกแต่งบนแผ่นทองเคลือบโรเดียมสีดำและสีเทาที่เป็นงานแกะสลักด้วยมือ ซึ่งใช้เวลาในการรังสรรค์แต่ละชิ้นมากกว่า 100 ชั่วโมง ภาพที่ปรากฏคือทิวทัศน์ที่มองจากมุมสูงของสถานที่อันเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ Breguet นั่นก็คือที่ตั้งเวิร์กช็อปของ Abraham-Louis Breguet ณ เลขที่ 39 Quai de l’Horloge โดยภาพสลักนี้ใช้หลากหลายเทคนิคในการสร้างมิติตื้นลึก อาทิ การสลักลาย การสลักแบบนูนสูง การแกะลายเส้นขนาดเล็ก

 

ทาง Breguet มิได้แจ้งราคาจำหน่ายสำหรับนาฬิการุ่นนี้เอาไว้บนเว็บไซต์ โดยบอกให้ติดต่อได้โดยตรงที่ตัวแทนจำหน่าย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up