UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBREITLING AEROSPACE B70 ORBITER - เรือนฉลอง 25 ปี ภารกิจเดินทางรอบโลกด้วยบอลลูน

BREITLING AEROSPACE B70 ORBITER – เรือนฉลอง 25 ปี ภารกิจเดินทางรอบโลกด้วยบอลลูน

by: ‘Mr.Big’

 

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม ปี 1999 แบรนด์สวิส Breitling (ไบรท์ลิง) ให้การสนับสนุนภารกิจเดินทองรอบโลกด้วยบอลลูนแบบไม่หยุดพัก โดย Bertrand Piccard (เบอร์ทรานด์ พิคคาร์ด) นักสำรวจชาวสวิส และ Brian Jones (ไบรอัน โจนส์) นักบินอวกาศแห่งเกาะอังกฤษ เริ่มต้นการเดินทางด้วยบอลลูนขนาดความสูง 55 เมตร ที่ชื่อ ‘Breitling Orbiter 3′(ไบรท์ลิง ออร์บิเตอร์ ธรี) โดยทั้ง 2 สวมใส่นาฬิกา Breitling ที่มีระบบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไว้บนข้อมือ จากเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เดินทางข้ามมหาสมุทรถึง 2 แห่ง ก่อนที่จะลงจอดในประเทศอียิปต์ ครอบคลุมระยะการเดินทางทั้งหมด 45,633 กิโลเมตร ภายในเวลา 19 วัน 21 ชั่วโมง และ 47 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำลายสถิติโลกทั้งระยะทางรวมถึงระยะเวลาได้สำเร็จอย่างงดงาม

 

จากความสำเร็จในวันนั้น Breitling จึงขอเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปี แห่งความสำเร็จของการเดินทางรอบโลกโดยบอลลูน พร้อมกันกับวาระครบ 140 ปี แห่งการก่อตั้งแบรนด์ ด้วยเรือนเวลาที่มีชื่อว่า Aerospace B70 Orbiter (แอโรสเปซ บีเซเวนตี ออร์บิเตอร์) นาฬิกาดีไซน์ล้ำ ขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 12.95 มิลลิเมตร ที่รังสรรค์ในตัวเรือนไทเทเนียม อันเป็นวัสดุที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติความแข็งแกร่ง ทนต่อรอยขีดข่วน น้ำหนักเบา และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง มากับวงขอบตัวเรือนสลักสเกลเวลา 60 นาที พร้อมจุดเรืองแสงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา สามารถปรับหมุนได้ 2 ทิศทาง ส่วนของเม็ดมะยม และปุ่มกด รวมไปถึงบ่าปกป้องได้รับการออกแบบให้มีความสมูท ดูทันสมัย และมีความสามารถในการกันน้ำ 100 เมตร

MITSUBISHI

 

หน้าปัดได้รับการออกแบบในสีส้มสด เฉดเดียวกับสีของแคปซูลกอนโดลาที่ใช้เป็นห้องโดยสารและควบคุมแบบปรับความดันระหว่างการเดินทาง พร้อมทั้งยังไล่โทนความเข้มขึ้นจนเป็นสีดำบริเวณรอบขอบ ตัวหน้าปัดประกอบด้วยจอแสดงผล LCD จำนวน 2 จอ ที่ด้านบนและด้านล่าง สำหรับแสดงฟังก์ชันแบบดิจิตอล-อนาล็อก สามารถแสดงผลการบอกเวลาทั้งในรูปแบบ 12 และ 24 ชั่วโมง ได้พร้อมกัน รวมถึงเวลาไทม์โซนที่ 2 พร้อมด้วยระบบจับเวลาหลากหลายโหมด อาทิ จับเวลาภายใต้ความละเอียด 1/100 วินาที นานต่อเนื่องถึง 99 ชั่วโมง 59 นาที 59 วินาที และโหมด ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ที่ให้เริ่มต้นการจับเวลาใหม่ได้ทันที การแสดงผลคำนวนความเร็ว ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) แบบอิเล็กทรอนิกส์ การจับเวลาแบบ ‘Lap Time’ (แล็ป ไทม์) และ ‘Flight Time’ (ไฟลท์ ไทม์) เป็นต้น และมีฟังก์ชันปฏิทินดิจิตอลที่ผสานระบบแสดงรอบสัปดาห์ในแต่ละปี กับฟังก์ชันตั้งปลุก 2 แบบ ขณะที่การตกแต่งหลักชั่วโมงใช้ตัวเลขอารบิกขนาดใหญ่ในดีไซน์ที่ดูเข้มแข็ง และแทนเลข 12 ด้วยโลโก้สมอติดปีกของ Breitling และสัญลักษณ์โปรเจ็กต์เดินทางรอบโลกด้วยบอลลูน ‘Breitling Orbiter 3’ บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา และทำการเคลือบสารเรืองแสงสีขาวไว้บนเข็มและหลักชั่วโมง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการดูเวลาในทุกสภาพแสง

 

การทำงานเป็นเครื่อง ‘SuperQuartz™’ ที่ผลิตแบบ ‘In-house’ (อินเฮาส์) จากโรงงาน Breitling โดยตรง Cal.B70 ภายใต้มาตรฐานความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ซึ่งผ่านการรับรองโดยสถาบัน COSC พร้อมประจุแบตเตอรี่พลังงานสูงที่ช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องนานถึง 2 ปี ส่วนฝาหลังกรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ พิมพ์สัญลักษณ์ภารกิจเดินทางรอบโลกของบอลลูน ‘Breitling Orbiter 3’ โดยบรรจุเศษชิ้นส่วนของบอลลูน ‘Breitling Orbiter 3’ ไว้ภายในให้เป็นที่ระลึกด้วย ประกอบอย่างลงตัวกับสายไทเทเนียมในราคาจำหน่าย 172,200 บาท หรือจะเลือกเป็นสายยางปั๊มลายสีดำที่ให้เป็นเจ้าของได้ในราคา 164,500 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up