UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCARTIER SANTOS DE CARTIER DUAL TIME WATCH - บอก 2 เวลา ในนาฬิการะดับไอคอน

CARTIER SANTOS DE CARTIER DUAL TIME WATCH – บอก 2 เวลา ในนาฬิการะดับไอคอน

by: ‘TomyTom’

 

อีกตระกูลนาฬิกาแนวสปอร์ตหรูคู่สายโลหะแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ซึ่งเป็นที่นิยมกันไม่น้อย Santos de Cartier (ซานโตส เดอ คาร์เทียร์) ปล่อยรุ่นเด็ดมาอีกหนึ่ง โดยต่อท้ายชื่อรุ่นว่า Dual Time (ดูอัล ไทม์) อันหมายถึงการเพิ่มฟังก์ชันบอกค่าของอีกเขตเวลาหนึ่งเข้ามา ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดียิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างเขตเวลาอยู่บ่อยๆ

MITSUBISHI

 

Santos de Cartier Dual Time ยังคงมีรูปลักษณ์โดยรวมไม่ต่างไปจาก Santos de Cartier รุ่นบอกเวลาปกติในร่างไซส์ใหญ่ ‘Large Model’ (ลาร์จ โมเดล) เท่าใดนัก แต่ย้ายกรอบหน้าต่างสี่เหลี่ยมสำหรับบอกวันที่จาก 6 นาฬิกา มาอยู่ที่ 3 นาฬิกา ทั้งนี้ก็เพราะมันมีหน้าปัดขนาดเล็กขอบวงกลมพื้นลายวงแหวนเพิ่มเข้ามาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา โดยใช้เข็มทรงดาบขนาดเล็กทำหน้าที่แสดงชั่วโมงของอีกเขตเวลาหนึ่งในแบบ 12 ชั่วโมง ทั้งยังมีช่องหน้าต่างวงกลมขนาดเล็กอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ของวงหน้าปัดเล็กสำหรับแสดงแถบสีอ่อนหรือเข้มเพื่อบอกว่า ณ ขณะนี้ เข็มขนาดเล็กกำลังชี้บอกเวลาในช่วงกลางวันหรือกลางคืน และเข็มขนาดเล็กนี้ก็มีการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวมาให้เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีด้วย

 

เวอร์ชั่นแรกเปิดตัวของรุ่นนี้ มากับตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลที่ใช้หน้าปัดสีเทาแอนธราไซท์ปัดผิวซาตินเป็นลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) และมีหลักชั่วโมงเป็นชิ้นเลขโรมันสีเงินขัดเงาเข้ากับสีของเข็มเคลือบโรเดียม ร่วมด้วยสเกลแบบรางรถไฟแนวสี่เหลี่ยมขอบมนสีขาวที่พิมพ์ลงบนแนวร่องกรอบสี่เหลี่ยมขอบมน และชื่อแบรนด์สีขาว ส่วนจานวันที่ก็เป็นสีเทาพิมพ์เลขสีขาวเข้ากัน ขณะที่สเกล 12 ชั่วโมง กับข้อความในวงหน้าปัดขนาดเล็กพื้นสีเทานั้นถูกพิมพ์ด้วยสีดำ ทำให้ดูกลมกลืนกับพื้นหน้าปัดหลัก และใช้แถบสีขาวกับสีดำแทนช่วงกลางวัน-กลางคืนบนจานแสดงสถานะ

 

ตัวเรือนของรุ่นนี้มีความกว้างอยู่ที่ 40.2 มิลลิเมตร ยาว 47.5 มิลลิเมตร และมีความหนารวมกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลอยู่ที่ 10.1 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าไซส์ ‘Large Model’ ของรุ่นบอกเวลาปกติอยู่เล็กน้อย ส่วนการกันน้ำกระทำได้ที่ 10 บาร์ ซึ่งเทียบได้กับ 100 เมตร เช่นเดียวกัน เม็ดมะยมที่ใช้ก็เป็นทรงแปดเหลี่ยมประดับยอดด้วยสปิเนลสังเคราะห์ทรงหลังเบี้ยสีน้ำเงินเจียรเหลี่ยมอย่างที่คุ้นเคย ส่วนสายสเตนเลสสตีลที่ติดตั้งมาก็สามารถปรับความยาวของสายได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ด้วยระบบปรับขนาด ‘SmartLink’ (สมาร์ทลิงก์) และยังมีสายหนังจระเข้สีเทาแอนธราไซท์มาให้สลับเปลี่ยนใช้งานอีกเส้นหนึ่ง โดยผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ด้วยระบบ ‘QuickSwitch’ (ควิกสวิตช์) เช่นเดียวกับรุ่นบอกเวลาปกติ

 

ฟังก์ชันบอกเวลาเพิ่ม ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ในขนาดและดีไซน์ที่อ่านค่าได้ง่าย และไม่ดูโดดจากดีไซน์ในภาพรวมจนเกินไปเช่นนี้ เป็นการติดตั้งโมดูล ‘Dual Time’ ลงบนกลไกอัตโนมัติ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) ซึ่งน่าจะมิใช่กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) เพราะไม่ได้ระบุอักษรย่อ ‘MC’ (เอ็มซี) มาด้วย โดยเมื่อสืบค้นลึกลงไปก็รู้ว่า Cartier ใช้กลไกอัตโนมัติบอกเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่และฟังก์ชัน GMT บอกเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเข็มกลาง ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ราว 48 ชั่วโมง Cal.SW330 ของ ‘Sellita’ (เซลลิตา) เป็นฐานในการปรับแต่ง โดยการปรับตั้งเวลาทั้ง 2 ค่าเขตเวลา กระทำได้ด้วยเม็ดมะยม แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าการปรับแต่งกลไกนี้กระทำโดย Cartier เองหรือให้ใครเป็นผู้ลงมือ

 

Santos de Cartier Dual Time ถูกตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 9,150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 335,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่นบอกเวลาปกติในร่างไซส์ ‘Large Model’ อยู่ประมาณหนึ่ง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up