UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesCHOPARD L.U.C FULL STRIKE ‘YEAR OF THE DRAGON’ * เสียงกังวานแห่งมังกร

CHOPARD L.U.C FULL STRIKE ‘YEAR OF THE DRAGON’ * เสียงกังวานแห่งมังกร

by: ‘Mr.Big’

 

ดูเหมือนว่า Chopard จะให้ความสำคัญกับนักษัตรมังกรมากเป็นพิเศษ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้ร่วมเฉลิมฉลองศักราชแห่งนักษัตรมังกร ด้วยเรือนเวลารุ่นพิเศษ L.U.C XP Urushi Year of the Dragon (แอลยูซี เอ็กซ์พี อุรุชิ เยียร์ ออฟ เดอะ ดรากอน) ที่งามโดดเด่นด้วยการประดิษฐ์ลวดลายมังกรลงบนผืนหน้าปัดด้วยเทคนิคงานเคลือบญี่ปุ่นโบราณ ผ่านมาถึงกลางปี การเฉลิมฉลองของ Chopard ก็ยังคงไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเผยอีกหนึ่งซีรีย์พิเศษสำหรับปีมังกร ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมความซับซ้อนและหรูหราแบบจัดเต็มกับ L.U.C Full Strike ‘Year of the Dragon’ (แอลยูซี ฟูล สไตรค์ เยียร์ ออฟ เดอะ ดรากอน)

MITSUBISHI

 

เรือนฉลองกลางปีมังกรรุ่นนี้สร้างสรรค์ออกมาใน 2 เวอร์ชั่น ได้แก่แบบตัวเรือนทองกุหลาบ 18K และรุ่นทองขาว 18K เริ่มกันที่รุ่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ซึ่งใช้ทองกุหลาบ 18K ชนิด ‘Ethical’ (เอธิคัล) หรือเป็นทองที่ถลุงมาจากเหมืองงทองที่มีจริยธรรมสูงทั้งต่อคนงานและสิ่งแวดล้อม ขนาด 42.5 มิลลิเมตร หนา 11.55 มิลลิเมตร โดยนำมาเสริมแต่งด้วยการแกะสลักด้วยมืออย่างพิถีพิถันในลวดลายประแจจีน ทั้งในส่วนขอบตัวเรือนและขาสาย และลายมังกรล่องนภาทางด้านข้างของตัวเรือน ซึ่งงานแกะสลักทั้งหมดนี้ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างสูง ซึ่งกินเวลาในการสร้างสรรค์นานกว่า 500 ชั่วโมง เลยทีเดียว ส่วนหน้าปัดจัดใช้รูปแบบ ‘Open-worked’ (โอเพนเวิร์กด์) มองเห็นความตระการตาของชิ้นส่วนกลไกสุดซับซ้อน พร้อมงานแกะสลักสะพานจักรทองกุหลาบ  18K แบบชิ้นเดียวเป็นลวดลายอันละเอียดอ่อนของมังกรโบราณที่ได้แรงบันดาลใจจากจี้หยกในสมัยราชวงศ์ฮั่น ติดตั้งเข็มบอกเวลาทองกุหลาบ 18K ทรง ‘Dauphine’ (ดอฟีน) แบบ ‘Fusée-type’ (ฟูเซไทป์) พร้อมด้วยเข็มแสดงค่าพลังงานสำรอง 2 ชุด บริเวณตำแหน่ง 2 นาฬิกา โดยเข็มหนึ่งจะบ่งบอกค่าพลังงานสำรองสำหรับการบอกเวลา ส่วนอีกเข็มจะแสดงค่าพลังงานสำหรับฟังก์ชัน ‘Minute Repeater’ (มินิท รีพีทเตอร์) ซึ่งจะตีขานเวลาด้วยค้อนคู่ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ 10 นาฬิกา ซึ่งจะให้เสียงที่ใสกังวานจากการตีกระทบไปบนชิ้นคริสตัลแซฟไฟร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษแบบชิ้นเดียว อันเป็นระบบที่จดสิทธิบัตรโดย Chopard ประกอบกับสายหนังจระเข้พร้อมซับในสีคอนยัค และตัวล็อกแบบบานพับตกแต่งลายแกะสลักด้วยมือที่ผลิตจากทองกุหลาบ 18K แบบ ‘Ethical’

 

สำหรับรุ่นตัวเรือนทองขาว 18K นำเสนอมาในอารมณ์ที่แตกต่าง ใช้ตัวเรือนทองขาว 18K ขนาด 42.5 มิลลิเมตร หนา 11.55 มิลลิเมตร ซึ่งแน่นอนว่าใช้เป็นชนิดทอง ‘Ethical’ ที่ได้รับมาจากเหมืองทองที่มีธรรมาภิบาลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นำมาปัดลายและฝังด้วยเพชร ‘Baguette-cut’ (บาแกตต์คัท) เรียงล้อมเรียบเสมอกันตามแนวขอบตัวเรือน รวมน้ำหนักกว่า 2.74 กะรัต ขณะที่หน้าปัดมาในแบบ ‘Open-worked’ แค่บางส่วน เผยให้เห็นการทำงานของจักรกลอกและจักรกลสำหรับตีขานเวลาด้วยค้อนคู่ โดยส่วนที่เป็นพื้นหน้าปัดสีขาวสะอาดตาพร้อมลวดลายมังกรจีนที่รังสรรค์ภายใต้ทักษะการเคลือบสีและลงยาแบบ ‘Grand Feu’ (กรองด์ เฟอ) โดยช่างฝีมือจากเวิร์กช็อปของ Chopard ซึ่งประกอบด้วยการผสมซิลิกากับออกไซด์ที่บดละเอียดเพื่อสร้างผงสีที่ละลายในน้ำ ก่อนจะแต่งแต้มลงบนหน้าปัดเป็นชั้นบางๆ ซึ่งระหว่างการลงยาแต่ละครั้ง หน้าปัดจะถูกนำไปอบในเตาเผาอุณหภูมิสูงภายใต้เวลาที่กำหนดอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้เฉดสีที่เงางามตามต้องการ ตั้งแต่สีเทา สีน้ำตาลทอง และสีเบจ ประกอบกันเป็นเกล็ดและรูปร่างของมังกรอย่างสง่างาม แทรกเสริมด้วยการจัดวางฟังก์ชันเหมือนกับรุ่นทองกุหลาบ 18K ทุกประการ แสดงเวลาแบบ 2 เข็ม ด้วยเข็มชุบโรเดียมทรงทรง ‘Dauphine’  รูปแบบ ‘Fusée-type’ ประกอบมากับสายหนังจระเข้พร้อมตัวล็อกทองขาว 18K ที่ได้จากเหมืองที่มีธรรมภิบาล ในรูปแบบบานพับ ตกแต่งด้วยงานฝีมือแกะสลัก

 

ประดิษฐกรรมเวลาทั้ง 2 รุ่น ใช้กลไกการทำงาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) แบบไขลาน Cal.L.U.C 08.01-L พร้อมจักรกลตีขานเวลา ‘Minute Repeater’ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะตีขานเวลาในช่วง 1 ชั่วโมง ควอเตอร์ และทุกๆ เศษนาที ด้วยเสียงกังวานใสแจ๋ว การสร้างเสียงจะถูกทำให้เกิดขึ้นจากค้อนคู่ ซึ่งจะตีกระทบลงไปยังส่วนสร้างเสียงที่ไม่ใช่แผ่นฆ้องหรือลวดเสียง แต่เป็นคริสตัลแซพไฟร์โมโนบล็อกชิ้นเดียวที่หล่อขึ้นเป็นพิเศษ ครอบคลุมไปถึงกระจกหน้าปัด และประกอบเข้ากันโดยไม่ได้เชื่อมด้วยสกรูหรือกาวใดๆ จึงทำให้การตีขานเวลาเป็นไปด้วยโน้ตเสียงที่มีเอกลักษณ์ ใสกิ๊งดุจแก้ว และความยอดเยี่ยมนี้เองที่ทำให้จักรกลตีขานเวลาเช่นนี้สามารถคว้าโทรฟี่ ‘Aiguille d’Or’ (อายกิลล์ ดอร์) จากงาน ‘GPHG’ (จีพีเอชจี) ในปี 2017 ได้สำเร็จ ซึ่งการตีขานเวลาจากจักรกลชุดนี้กระทำได้มากที่สุดถึง 32 ครั้ง ภายในเวลา 12.59 นาที แบ่งเป็น 12 ครั้ง สำหรับตีเป็นชั่วโมง 3 ครั้ง สำหรับการตีแบบควอเตอร์ และอีก 14 ครั้ง ในแต่ละนาทีที่เหลือ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีกำลังลานเต็ม ซึ่งสามารถดูกำลังสำรองของฟังก์ชัน ‘Minute Repeater’ ได้จากเข็มที่ติดตั้งอยู่ร่วมกับเข็มแสดงค่าพลังงานสำรองปกติบริเวณ 2 นาฬิกา

 

พร้อมกันนี้ก็ยังได้ติดตั้งคันคลัตช์แบบพิเศษที่คิดค้นโดย Chopard ซึ่งจะทำหน้าที่ยับยั้งการตีขานเวลาในขณะทำการปรับตั้ง และระบบ ‘Ratchet-driving’ (แรทเชทไดรวิง) ที่จะทำให้จังหวะการตีขานเวลาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดลงกลางคัน พร้อมด้วยระบบบังคับรูปแบบการตี ซึ่งมีให้เลือกในโหมดปกติ ช้า ต่อเนื่อง หรือเร็ว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิทธิบัตรเฉพาะสำหรับ Chopard กลไกสุดซับซ้อนคาลิเบรอนี้สร้างสรรค์มาในขนาด 37.2 มิลลิเมตร หนา 7.97 มิลลิเมตร ใช้ทับทิมกันสึก 63 เม็ด โดยมีแท่นเครื่องและสะพานจักรที่ทำจากเงินนิกเกิล แต่งลวดลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) อย่างประณีต ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานสูงสุด 60 ชั่วโมง พร้อมประทับเครื่องหมายรับรองคุณภาพแห่งนครเจนีวา ‘Poinçon de Genève’ (ปวงซง เดอ เฌอแนฟ) โดยสามารถเห็นความตระการตาของจักรกลอย่างชัดเจนได้ทางฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ทั้ง 2 รุ่น เป็นงานผลิตแบบ ‘Unique Piece’ (ยูนีค พีซ) ที่มีเพียงเรือนเดียวในโลก ซึ่งหากว่าใครที่ใจถึงต้องการจะเป็นเจ้าของ ก็สามารถสอบถามราคาได้จากทางแบรนด์โดยตรง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up