UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesFRÉDÉRIQUE CONSTANT HIGHLIFE CHRONOGRAPH AUTOMATIC – 2 เอดิชั่นใหม่ ของเรือนสปอร์ตหรูจับเวลาราคาดี

FRÉDÉRIQUE CONSTANT HIGHLIFE CHRONOGRAPH AUTOMATIC – 2 เอดิชั่นใหม่ ของเรือนสปอร์ตหรูจับเวลาราคาดี

by: ‘TomyTom’

 

Frédérique Constant (เฟรเดริค คองสตองท์) เปิดตัว 2 เวอร์ชั่นใหม่ ของนาฬิกาแนวสปอร์ตหรูตระกูล Highlife (ไฮไลฟ์) ในรุ่น Highlife Chronograph Automatic (ไฮไลฟ์ โครโนกราฟ ออโตเมติก) นาฬิกาพร้อมฟังก์ชันจับเวลา ในเรือนร่างเคลือบทองกุหลาบ หน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม หน้าปัดย่อยสีเงิน และเรือนร่างสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีเงินผิวโอปอลีนที่มีหน้าปัดย่อยเป็นสีเขียวเข้ม ซึ่งเวอร์ชั่นหลังนี้เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่จำกัดจำนวนการผลิตไว้ที่ 1,888 เรือน

MITSUBISHI

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ Highlife Chronograph Automatic ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบทองกุหลาบ โดยสีหน้าปัดที่เลือกใช้กับเวอร์ชั่นนี้เป็นสีน้ำเงินเข้มผิวด้านที่ดูสุขุม ตัดกับหน้าปัดย่อยแต่งลายสเนลทั้ง 3 และวงขอบหน้าปัดสีเงิน และใช้เข็มตลอดจนกรอบหน้าต่างวันที่เคลือบทองกุหลาบขัดผิวเงา รวมกันมอบสไตล์สมัยใหม่ให้กับเวอร์ชั่นนี้ โดยจับคู่มากับสายหนังวัวสีน้ำเงินเข้มแต่งลายหนังจระเข้ และฟอกผิวด้านแบบนูบัค เพื่อให้เข้ากับสีและผิวของหน้าปัด ล็อกด้วยหัวเข็มขัด และมีสายยางสีน้ำเงินเข้มมาให้สลับเปลี่ยนใช้งานอีกเส้นหนึ่ง

 

ส่วนเวอร์ชั่น ‘Limited Edition’ ผลิต 1,888 เรือน จะมากับตัวเรือนสเตนเลสสตีล คู่กับหน้าปัดสีเงินผิวโอปอลีนด้าน โดยมีหน้าปัดย่อยแต่งลายสเนลและวงขอบหน้าปัดเป็นสีเขียวเข้ม และใช้เข็ม หลักชั่วโมง และกรอบหน้าต่างวันที่เคลือบด้วยโรเดียมขัดผิวเงา จับคู่มากับสายหนังวัวสีเขียวเข้มแต่งลายหนังจระเข้ ฟอกผิวด้านแบบนูบัค เพื่อให้เข้ากับสีและผิวของหน้าปัด ล็อกด้วยหัวเข็มขัด โดยมีสายมาให้เลือกสลับใช้งานมาถึง 2 เส้น ด้วยกัน คือสายสเตนเลสสตีลข้อทรงอักษร ‘H’ ในดีไซน์แบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ที่งดงามด้วยข้อยึดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าผิวขัดเงา ขณะที่ส่วนข้อหลักเป็นผิวปัดลาย ล็อกสายด้วยบานพับ และสายยางสีเขียวเข้มพร้อมตัวล็อกหัวเข็มขัด

 

การทำงานเป็นหน้าที่ของกลไกอัตโนมัติ Cal.FC-391 ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 26 เม็ด ที่มากับฟังก์ชันจับเวลา 12 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันวันที่ โดยสำรองพลังงานได้ถึง 60 ชั่วโมง โดยมีพื้นฐานเป็นกลไก Cal.L110 ของ ‘La Joux-Perret’ (ลา ฌูซ์แปร์แรต์) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกลไกสัญชาติสวิสที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่มบริษัท Citizen (ซิติเซน) เช่นเดียวกับ Frédérique Constant

 

ตำแหน่งของเข็มขนาดเล็กและวงหน้าปัดย่อยทั้ง 3 ของคาลิเบรอนี้จัดวางมาอย่างลงตัว ด้วยเลย์เอาท์แบบ 3, 6 และ 9 นาฬิกา ทำหน้าที่บอกค่าจับเวลานาที ค่าจับเวลาชั่วโมง และค่าเวลาวินาทีตามลำดับ ส่วนหน้าต่างวันที่เจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรุกรอบโลหะไว้ที่ 4-5 นาฬิกา เพื่อให้การอ่านค่ากระทำได้อย่างชัดเจนง่ายดายที่สุด พื้นหน้าปัดหลักตกแต่งเป็นลายเส้นรุ้งเส้นแวง ล้อมด้วยวงขอบหน้าปัดที่มีสเกลวินาทีละเอียดสำหรับอ่านค่าจับเวลา หลักชั่วโมงแบบแท่งขนาดใหญ่เบิ้ลคู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยเคลือบสารเรืองแสงสีขาวที่แนวกลางเข่นเดียวกับบนเข็มชั่วโมงกับเข็มนาที

 

กลไกคาลิเบรอนี้ถูกตกแต่งด้วยลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) บนโรเตอร์สีทองและสะพานจักร เพื่อให้ชื่นชมผ่านฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์

 

กลไกชุดนี้บรรจุมาในตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร ผิวปัดลายสลับขัดเงา ผนึกกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์บานโค้งเคลือบสารกันแสงสะท้อน รวมความหนาอยู่ที่ 14.22 มิลลิเมตร ซึ่งกันน้ำได้เทียบเท่า 100 เมตร สำหรับสายของนาฬิการุ่นนี้ ถูกออกแบบมาในลักษณะ ‘Integrated’ เข้ากับดีไซน์ของตัวเรือน โดยมากับระบบยึดสายที่ถอดเปลี่ยนได้อย่างสะดวกง่ายดาย

 

ราคาจำหน่ายของเวอร์ชั่นตัวเรือนเคลือบทองกุหลาบ กำหนดไว้ที่ 199,000 บาท ขณะที่เวอร์ชั่น ‘Limited Edition’ ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ผลิต 1,888 เรือน ถูกตั้งราคาไว้ที่ 171,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up