UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGIRARD-PERREGAUX LAUREATO GREEN CERAMIC ASTON MARTIN EDITION - เขียว 'British Racing' ตลอดร่าง

GIRARD-PERREGAUX LAUREATO GREEN CERAMIC ASTON MARTIN EDITION – เขียว ‘British Racing’ ตลอดร่าง

by: ‘TomyTom’

 

Girard-Perregaux (จิราร์-แปร์เรอโกซ์) พันธมิตรของแบรนด์ยนตรกรรมสปอร์ตหรูแห่งอังกฤษ Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เผยโฉมเรือนเวลาแห่งความร่วมมือเอดิชั่นล่าสุด Laureato Green Ceramic Aston Martin Edition (ลอรีอาโต กรีน เซรามิก แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น) ซึ่งจับนาฬิกาสปอร์ตหรูตระกูล Laureato ในแบบ 3 เข็มพร้อมวันที่ มาสร้างด้วยเซรามิกสีเขียวทั้งเรือนและสายเป็นครั้งแรก โดยออกมาทั้งขนาด 42.0 มิลลิเมตร และ 38.0 มิลลิเมตร แน่นอนว่าสิ่งพิเศษเช่นนี้ย่อมเป็นงาน ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่ผลิตจำนวนจำกัด

MITSUBISHI

 

ความร่วมมือของ 2 แบรนด์นี้เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 2021 และดำเนินต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยมีการผลิตนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษออกมาหลายเอดิชั่นแล้ว แต่สำหรับเอดิชั่นนี้ต้องถือว่าน่าสนใจยิ่งเพราะเป็นการนำ ‘British Racing Green’ (บริติช เรซิง กรีน) สีเขียวประจำทีมรถแข่งอังกฤษ ซึ่งย้อนที่มาไปได้ถึง ค.ศ. 1900 จากการกำหนดสีรถให้เป็นสัญลักษณ์ โดยอ้างอิงจากสัญชาติของนักแข่งในรายการแข่งรถ ‘Gordon Bennett Cup’ (กอร์ดอน เบนเน็ตต์ คัพ) ที่ฝรั่งเศส ในเส้นทางระหว่างกรุงปารีสและลียง และต่อมาก็ถูกเปลี่ยนไปอ้างอิงตามสัญชาติของทีมในที่สุด มาเป็นแนวคิดในการให้โทนสีของนาฬิกา ด้วยความที่ทีมแข่งรถของ Aston Martin ก็ยังคงใช้สีเขียว ‘British Racing Green’ เป็นสีประจำตัวรถอยู่ อีกทั้งยังไม่ธรรมดาเพราะนำมาใช้เป็นสีของเซรามิกกันเลย

 

เซรามิก วัสดุน้ำหนักเบา ปลอดความระคายเคืองต่อผิว แต่แข็งแกร่งกว่าสตีลถึง 7 เท่า ทำให้ต้านทานการเกิดรอยขีดข่วนได้ดีที่ Girard-Perregaux นำมาใช้สร้างตัวเรือนและสายนี้ ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการอันทันสมัย ประกอบด้วยเซอร์โคเนียมออกไซด์ ชนิดผงความละเอียดสูงแบบไมโครบีด ที่แต่ละเม็ดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1.0 ไมครอน หรือ 0.01 มิลลิเมตร และเมทัลลิกออกไซด์ที่อาบด้วยสีเขียวเฉด ‘British Racing Green’ ซึ่งจะไม่ซีดจางไปตามกาลเวลา และเมื่อขึ้นรูปแล้วก็นำมาตกแต่งผิวด้วยการปัดลายซาตินและขัดเงาอย่างพิถีพิถันตามแบบฉบับของตระกูล Laureato แม้แต่เม็ดมะยมของเอดิชั่นนี้ก็เป็นสีเขียวเฉดเดียวกันด้วย ส่วนกระจกหน้าปัดเป็นแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน และฝาหลังเป็นแบบกรุแซพไฟร์คริสตัลที่มีการพิมพ์ตราสัญลักษณ์ ‘Aston Martin’ สีขาวขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง โดยบนขอบฝาหลังประทับข้อความ ‘One of 388’ (วัน ออฟ 388) เพื่อบอกว่าเป็นหนึ่งใน 388 เรือน ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับขนาด 42.0 มิลลิเมตร และ ‘One of 188’ (วัน ออฟ 188) หนึ่งใน 188 เรือน สำหรับขนาด 38.0 มิลลิเมตร การกันน้ำจะกระทำได้ถึงระดับ 100 เมตร

 

ด้วยแรงบันดาลใจจากโครงสร้างน้ำหนักเบาของรถ Aston Martin เข็มชั่วโมงกับนาทีของเอดิชั่นนี้จึงถูกออกแบบเป็นทรงบาตองที่มีการฉลุโปร่ง และเคลือบด้วยสีดำ เข็มวินาทีสีดำก็มีส่วนขั้วเป็นก้านเหลี่ยมโปร่งในลักษณะคล้ายช่องระบายอากาศที่แก้มข้างของรถ Aston Martin DB4 (แอสตัน มาร์ติน ดีบีโฟร์) ปี 1958 ส่วนลวดลายรูปทรงคล้ายเพชรที่พบในตราสัญลักษณ์ ‘AM’ ที่ Aston Martin ใช้ระหว่าง ค.ศ. 1921-1926 และพบบนเบาะแบบ ‘Quilted’ (ควิลท์) ที่ใช้อยู่กับ Aston Martin บางรุ่น ก็ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลายเส้นร่องสลักทรงข้าวหลามตัดบนผิวหน้าปัดสีเขียว ‘British Racing Green’ เฉดเดียวกับตัวเรือนผิวปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) ของเอดิชั่นนี้ ส่วนเข็มวินาทีและวงขอบหน้าปัด ตลอดจนตรา ‘GP’ และหลักชั่วโมงใช้สีดำ โดยมีสเกลต่างๆ แลคเกอร์ที่ปลายเข็มวินาที สารเรืองแสงบนปลายเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีและหลักชั่วโมง และชื่อกับสัญลักษณ์แบรนด์ และข้อความต่างๆ เป็นสีขาว และมีสเกลวินาทีย่อยเป็นสีเทา กระทั่งตัวเลขวันที่ก็ใช้เป็นสีขาวบนพื้นจานสีเขียว ซึ่งเอาเข้าจริง ลักษณะของหน้าปัดเช่นนี้ก็เคยเห็นกันมาแล้วใน Laureato Chronograph Aston Martin Edition (ลอรีอาโต โครโนกราฟ แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด 188 เรือน ที่ออกมาเมื่อปี 2021

 

กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมวันที่ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ที่ประจำการอยู่ในตัวเรือนแต่ละขนาด เป็นคนละคาลิเบรอกัน เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ตัวเรือน โดยเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร ซึ่งหนา 11.08 มิลลิเมตร จะใช้ Cal.GP01800-2165 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลไก 30.0 มิลลิเมตร หนา 3.97 มิลลิเมตร จำนวนชิ้นส่วน 191 ชิ้น ทับทิม 28 เม็ด ที่สำรองพลังงานได้ 54 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย ขณะที่รุ่นขนาดตัวเรือน 38.0 มิลลิเมตร หนา 10.27 มิลลิเมตร จะใช้ Cal.03300-2166 กลไกขนาด 25.95 มิลลิเมตร หนา 3.36 มิลลิเมตร จำนวนชิ้นส่วน 218 ชิ้น ทับทิม 27 เม็ด ที่สำรองพลังงานได้ 46 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ แต่ไม่ว่าจะเป็นคาลิเบรอใดก็สามารถมองเห็นได้จากฝาหลังแซพไฟร์คริสตัล ซึ่งจะแลเห็นลายตกแต่งเป็นแนววงบนแท่นเครื่อง งานขัดขอบลบมุม งานขัดเงาดุจกระจก งานปัดลายซาติน งานขัดลายก้นหอย งานแต่งลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) บนชิ้นส่วนต่างๆ และลายแถบริ้ว ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) บนสะพานจักร และแถบริ้ว ‘Côtes de Genève’ แนวโค้งบนโรเตอร์ ได้อย่างชัดเจน

 

Girard-Perregaux กำหนดราคาจำหน่ายสำหรับ Laureato Green Ceramic Aston Martin Edition ไซส์ 42.0 มิลลิเมตร Ref.81010-32-3081-1CX ไว้ที่ 25,900 ยูโร หรือราว 944,000 บาท กับจำนวนการผลิต 388 เรือน ขณะที่รุ่นขนาดตัวเรือน 38.0 มิลลิเมตร Ref.81005-32-3080-1CX ที่ผลิตจำนวนจำกัด 188 เรือน อันเป็นขนาดพอเหมาะที่ผู้ชายใส่ได้ ผู้หญิงใส่ดีจะอยู่ที่ 25,000 ยูโร หรือราว 911,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up