UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLONGINES PILOT MAJETEK PIONEER EDITION - เรือนนักบินสไตล์วินเทจในร่างไทเทเนียม

LONGINES PILOT MAJETEK PIONEER EDITION – เรือนนักบินสไตล์วินเทจในร่างไทเทเนียม

by: ‘TomyTom’

 

เป็นที่ฮือฮาไปเมื่อปีที่แล้วสำหรับคอนาฬิกาสไตล์วินเทจ เมื่อ Longines (ลองจินส์) สร้าง Pilot Majetek (ไพลอท มาฮีเตก) นาฬิกาสำหรับนักบินดีไซน์ย้อนยุคขึ้นมาใหม่ด้วยรูปโฉมที่แสนคลาสสิกงดงาม ก้าวย่างตามรูปแบบนาฬิกา Longines ที่นักบินในอดีตยุคครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เคยสวมใส่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Longines สร้างขึ้นในทศวรรษ 1930s ถึง 1940s แต่ถูกปรับรูปโฉมให้ดูทันสมัยขึ้นอีกนิด โดยบรรจุอยู่ในคอลเลกชั่น Heritage Avigation (เฮอริเทจ อาวิเกชัน) ซึ่งเป็นซับของคอลเลกชั่น Avigation ในกลุ่มคอลเลกชั่น Sport (สปอร์ต) อีกที มาถึงปีนี้ก็ได้เปิดตัว Pilot Majetek Pioneer Edition (ไพลอท มาฮีเตก ไพโอเนียร์ เอดิชั่น) ตามออกมาในโทนสีเทาร่วมกับสีดำ โดยเป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่จำกัดจำนวนเอาไว้เพียง 1,935 เรือน อันเป็นเลขปี ค.ศ. เกิดของนาฬิกาที่ถูกนำมาอ้างอิงในการออกแบบ

MITSUBISHI

 

ตัวเรือนขนาด 43.0 มิลลิเมตร ของเอดิชั่นนี้ทำขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 5 จึงมีสีผิวออกเทานวลตา โดยตัวเรือนมีความหนาสมสัดส่วนที่ 13.3 มิลลิเมตร เมื่อวัดรวมกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงโดมขอบสูงเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ฝั่ง และฝาหลังแบบแผ่นทึบ ยึดด้วยสกรู 4 ตัว เข้าไปแล้ว โดยฝาหลังในพื้นผิวส่วนระนาบถูกปัดลายซาตินแนวดิ่ง และมีข้อความระบุคุณสมบัติของนาฬิกาเอาไว้ ตั้งแต่ชื่อนาฬิกา การรับรองความเที่ยงตรงของกลไกตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์ การต้านทานแม่เหล็ก ระดับการกันน้ำที่ 10 บาร์ ที่ระบุ 100 เมตร อยู่ในวงเล็บ ซึ่งเป็นอานิสงส์มาจากการใช้เม็ดมะยมแบบขันเกลียว ชนิดวัสดุไทเทเนียม ข้อความ ‘Pioneer Edition’ กับ ‘One of 1935’ (วัน ออฟ 1,935) และหมายเลขอ้างอิงของนาฬิกา ส่วนแนวขอบปาดของฝาหลังถูกขัดมาอย่างเงางาม ขณะที่ตัวเรือนเน้นเป็นการปัดลายซาติน เว้นแต่แนวขอบปาดและวงขอบตัวเรือนที่เป็นผิวขัดเงา

 

ความโดดเด่นอีกประการสำคัญของรุ่นนี้ก็คือ ขอบตัวเรือนบากร่องลึกที่หมุนได้ 2 ทิศทาง เพื่อให้ชิ้นลิ่มสามเหลี่ยมสีเงินฉาบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวตุ่นที่เรืองแสงเป็นสีฟ้า ซึ่งติดตั้งไว้เหนือระนาบของหน้าปัดและเข็ม ภายใต้กระจกหน้าปัด โดยจะเคลื่อนที่ไปตามการหมุนขอบตัวเรือนสำหรับใช้ประโยชน์ในการปรับตั้งค่าอ้างอิงชั่วโมงหรือนาที ซึ่งการมีฟังก์ชันนี้ทำให้หน้าปัดสีดำด้านต้องอยู่ลึกลงไปมากสักหน่อย

 

เข็มนาฬิกาทั้ง 3 ถูกเคลือบด้วยเทคนิค PVD เป็นสีเทาขัดผิวเงา ชี้บอกเวลาไปยังหลักชั่วโมงเลขอารบิกแบบสลักนูน เคลือบด้วย ‘Super-LumiNova’ สีขาวตุ่นที่เรืองแสงเป็นสีฟ้า เช่นเดียวกับแถบเหลี่ยมยาวบนร่องของเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีทรงดินสอ สำหรับหน้าปัดวินาทีขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา จะจมลึกจากระนาบหน้าปัดเล็กน้อย และพิมพ์ด้วยสเกลวินาทีแบบรางรถไฟ ร่วมกับเลขอารบิกและขีดยาวสีเทาอ่อน เข้ากับสเกลนาทีแบบรางรถไฟสีเทาอ่อนริมขอบหน้าปัด และชื่อแบรนด์ Longines ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นาฬิกาดูวินเทจมากขึ้น

 

การขับเคลื่อนบอกเวลากระทำด้วยกลไกอัตโนมัติ Cal.L893.6 ความถี่การทำงาน 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง ที่มอบพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการปรับตั้งความเที่ยงตรงมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ผ่านมาตรฐานการรับรองโครโนมิเตอร์ของ COSC (ซีโอเอสซี) โดยเป็น Cal.A321.L91 ที่ ETA ผลิตให้กับ Longines เป็นการเฉพาะ ขณะที่คุณสมบัติต้านทานสนามแม่เหล็กนั้นเป็นผลมาจากการใช้สายใยจักรกลอกที่ทำจากซิลิกอน วัสดุที่ปลอดผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก

 

นาฬิกาเอดิชั่นนี้จับคู่มากับสายสีดำที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ มีพื้นผิวที่แลดูคล้ายกับผ้า ขณะที่ด้านหลังเย็บประกบด้วยแผ่นหนังสีดำเพื่อความสบายในการสวมใส่ ราคาจำหน่ายที่ทาง Longines ตั้งไว้ให้กับนาฬิกา ‘Limited Edition’ ผลิต 1,935 เรือน เอดิชั่นนี้ก็คือ 177,500 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up