UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMAURICE LACROIX MASTERPIECE SKELETON LABEL NOIR - โดดเด่นในมิติสีดำ

MAURICE LACROIX MASTERPIECE SKELETON LABEL NOIR – โดดเด่นในมิติสีดำ

by: ‘Mr.Big’

 

ความร่วมมือกันระหว่าง Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) และ ‘Label Noir’ (เลเบล นัวร์) สตูดิโอออกแบบนาฬิกาแห่งนครเจนีวายังคงดำเนินต่อไป นับตั้งแต่เปิดตัว Aikon Automatic ‘Label Noir’ Limited Edition (ไอคอน ออโตเมติก ‘เลเบล นัวร์’ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ในปี 2020 ด้วยความโดดเด่นในเฉดสีเข้ม และในปีนี้ทั้ง 2 ก็ได้โคจรมาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ฝากฝังรูปแบบอันพิเศษไว้กับคอลเลกชั่นดีกรีรางวัล ‘Red Dot Design Award’ (เรด ดอท ดีไซน์ อวอร์ด) ปี 2017 อย่าง Masterpiece Skeleton (มาสเตอร์พีซ สเกเลตัน) โดยปรับเปลี่ยนลุคให้ดูมีเสน่ห์ลึกล้ำในมิติของสีดำที่โดดเด่นตามสไตล์ ‘Label Noir’

MITSUBISHI

 

เรือนเวลารุ่นนี้นำเสนอมาในร่างตัวเรือนสเตนเลสสตีลซึ่งเคลือบเป็นสีเทาดำผิวด้านแบบ ‘Gunmetal’ (กันเมทัล) ด้วยเทคนิค DLC ภายใต้ความโดดเด่นของขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 13.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร และปกป้องหน้าปัดที่นำเสนอในรูปแบบ ‘Skeleton’ ด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารป้องกันการสะท้อน เผยให้เห็นความตระการตาแบบ 3 มิติ ของชุดจักรกลที่ยังคงเลย์เอาท์ดีไซน์โครงสะพานจักรในแบบฉบับล่าสุดของ Masterpiece Skeleton ในคอนเซ็ปต์การใช้สีแบบโมโนโทน ที่เป็นจุดเด่นตามชื่อ ‘Label Noir’

 

ส่วนของโครงสะพานจักรที่วางแผ่ออกมานั้น ถูกเคลือบเอาไว้ด้วยสีเทาเข้มตัดกับขอบสีดำ ขณะที่ชิ้นเฟืองเกียร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดก้านกรอ เฟืองทด ตลับลาน หรือชิ้นเฟืองบางตำแหน่งที่อาจทำเป็นสีทองมาในรุ่นก่อนๆ ก็ถูกปรับให้เป็นโมโนโทน พร้อมกับลดทอนความแวววาวลงไปด้วยการทำผิวด้านและเคลือบเป็นสีเขม่า ไร้ซึ่งการตกแต่งหลักชั่วโมงหรือวงแทร็คเวลาใดๆ เพื่อให้สามารถชื่นชมความงามแห่งงานวิศวกรรมจักรกลในอารมณ์เข้มดิบได้อย่างเต็มที่ ติดตั้งเข็มบอกเวลาทรง ‘Alpha’ (อัลฟา) ที่เคลือบเป็นสีดำ ตัดด้วยแถบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เพื่อมอบประสบการณ์การดูเวลาที่ชัดเจนสำหรับทุกสภาพแสง โดยมีเข็มขนาดเล็กสีดำขลับติดตั้งบนสะพานจักรคอยแสดงวินาทีอยู่บริเวณตำแหน่ง 9 นาฬิกา อย่างกลมกลืน ส่วนชื่อแบรนด์ Maurice Lacroix ถูกพิมพ์ไว้บนแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ ร่วมกับชื่อ ‘Label Noir’ เพื่อบ่งบอกถึงการเป็นเรือนเวลาที่สร้างสรรค์ร่วมกัน นอกจากนั้นยังประดับชื่อแบรนด์ Maurice Lacroix ไว้บนส่วนโค้งของโครงสะพานจักรอีกที่หนึ่งด้วย

 

งานวิศวกรรมจักรกลที่อวดโฉมให้ชม ยังคงเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน Cal.ML 134 ที่แสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง มีความถี่ในการทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง และมอบกำลังสำรองลานที่ 45 ชั่วโมง ขัดแต่งรายละเอียดของตัวเครื่องแบบ ‘Grand Colimaçon’ (กรองด์ โกลิมาซง) สลับกับงานพ่นทราย ซึ่งแน่นอนว่าสามารถชมชุดจักรกลสีเข้มนี้ได้ทั้งจากด้านหน้าและฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายผ้าในลอนสีดำ ที่ตกแต่งด้วยหมุดโลโก้ ‘M’ สีดำเช่นเดียวกัน โดยผลงานความร่วมมืออันแสนพิเศษนี้ ได้รับการผลิตให้เป็นเจ้าของกันแค่ 288 เรือน ในราคารวมภาษีที่ 273,900 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up