UN HEADER 23
UN HEADER 23
Home Articles ORIENT STAR M34 F7 SEMI SKELETON - จับแสงออโรร่าสู่หน้าปัดเผยจักรกลอก

ORIENT STAR M34 F7 SEMI SKELETON – จับแสงออโรร่าสู่หน้าปัดเผยจักรกลอก

by: ‘TomyTom’

 

Orient Star (โอเรียนท์ สตาร์) แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นระดับเลิศ จับ M34 (เอ็มเธอร์ตีโฟร์) ชื่อย่อของกลุ่มดาว ‘Perseus’ (เพอร์ซีอุส) ผู้ก่อปรากฏการณ์ฝนดาวตกให้ชาวโลกได้ตื่นตา ด้วยเฉดสีที่เต็มไปด้วยมวลพลังเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่งแห่งแสงออโรร่า (Aurora) มาถ่ายทอดสู่เฉดสีอันละเอียดอ่อนบนหน้าปัดของนาฬิกาแบบ ‘Semi Skeleton’ (เซมิ สเกเลตัน) ที่ใช้ชื่อคอลเลกชั่นว่า M34 หนึ่งในคอลเลกชั่น M (เอ็ม) ที่สถาปนาขึ้นใหม่เพื่อนำเสนอดีไซน์รูปแบบใหม่ๆ โดยมีธีมเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้ากรีก เนบิวลา (Nebula) หรือกระจุกดาว และชื่อของนาฬิกาซีรีส์แสงออโรร่านี้ก็คือ M34 F7 Semi Skeleton (เอ็มเธอร์ตีโฟร์ เอฟเซเวน เซมิ สเกเลตัน) ซึ่งนำเสนอออกมาพร้อมกันถึง 3 รุ่น

MITSUBISHI

ม่านสีไล่เฉดอย่างงดงามดั่งม่านแสงออโรร่าที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนของหน้าปัดนาฬิกาซีรีส์นี้ ทำขึ้นจากเปลือกหอยมุก ซึ่งแต่ละรุ่นจะใช้โทนสีต่างกัน คือ Ref.RE-BY0004A ใช้สีน้ำเงิน Ref.RE-BY0005A ใช้สีเขียว และ Ref.RE-BY0007A ใช้สีเทาชาร์โคล โดยรุ่นสีเทาชาร์โคลนั้นเป็นรุ่นเดียวที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัด ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ด้วยจำนวนเพียง 500 เรือน เพื่อเป็นเกียรติแก่วาระครบอายุปีที่ 20 ของนาฬิการุ่น Semi Skeleton ทั้งยังเพิ่มความพิเศษด้วยการมีสายหนังวัวสีน้ำตาล พร้อมตัวล็อกแบบบานพับสเตนเลสสตีล มาให้สลับเปลี่ยนใช้งาน ทั้งยังเป็นสายหนังที่ได้รับการรับรองโดย ‘Leather Working Group’ (เลเธอร์ เวอร์คกิง กรุ๊ป) อันเป็นชุมชนไม่แสวงหากำไรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการผลิตเครื่องหนังอย่างมีความรับผิดชอบอีกด้วย

 

ตัวเรือนดีไซน์เข้มแข็งและเฉียบคมดูมีพลังของ M34 F7 Semi Skeleton ซีรีส์นี้ ทำจากสเตนเลสสตีล โดยมีมิติกว้าง 40.0 มิลลิเมตร ยาว 47.3 มิลลิเมตร และวัดความหนารวมกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ผิวโค้งทั้ง 2 ฝั่ง และเคลือบสารกันแสงสะท้อนคุณภาพสูง ‘SAR’ (Super Anti-Reflective – ซูเปอร์ แอนไทรีเฟลกทีฟ) ทั้งฝั่งด้านนอกและด้านใน กับฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ได้ที่ 13.0 มิลลิเมตร ซึ่งกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร งานตกแต่งผิวกระทำมาอย่างสวยงามน่าชมด้วยการสลับพื้นที่ปัดลายดุจผมเส้นละเอียด ตัดกับพื้นที่ขัดเงาดุจกระจกด้วยเทคนิค ‘Sallaz’ (ซัลลาซ) แล้วจับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลพร้อมบานพับชนิดปลดล็อกด้วยปุ่มกด

 

หน้าปัดเปลือกหอยมุกต่างสีกันของ 3 รุ่น ในซีรีส์นี้ ติดตั้งมากับแท่งหลักชั่วโมงที่ตัดเจียรเน้นเหลี่ยมคมชัด โดยมีตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นเลขโรมัน โดยแท่งหลักชั่วโมงนี้มากับสีเงิน เข้ากับสีวงขอบหน้าปัดวินาทีตำแหน่ง 6 นาฬิกา กับแถบมาตรโค้งตำแหน่ง 12 นาฬิกา และกรอบวงแหวนตำแหน่ง 9 นาฬิกา โดยที่วงหน้าปัดย่อยทั้ง 2 ใช้พื้นเป็นสีดำตัดกับเลขพิมพ์สีขาว ทั้งหมดนี้ถูกล้อมด้วยวงขอบหน้าปัดแนวลาดสีโทนเดียวกับหน้าปัดที่พิมพ์สเกลด้วยสีขาว ส่วนตราสัญลักษณ์ของแบรนด์นั้นเป็นชิ้นงานสีเงินบนพื้นดำ กำกับด้านล่างด้วยชื่อแบรนด์และคำ ‘Automatic’ (ออโตเมติก) ที่พิมพ์ด้วยสีขาว

 

นอกจากนี้ รุ่น ‘Limited Edition’ หน้าปัดเปลือกหอยมุกสีเทาชาร์โคล ยังเสริมความหรูด้วยการใช้หลักชั่วโมงตำแหน่ง 12 นาฬิกา และเข็มชั่วโมงกับเข็มนาที ที่เคลือบด้วยทองกุหลาบ แทนที่จะเป็นสีเงินเหมือนกับหลักชั่วโมงและเข็มอื่นๆ อย่างอีก 2 รุ่นมาตรฐาน

 

เสน่ห์ประจำตนของหน้าปัดแบบ ‘Semi Skeleton’ ของ Orient Star ก็คือการเจาะเปิดช่องวงกลมขนาดใหญ่ไว้ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งซีรีส์นี้จะเห็นได้ว่าใหญ่จนเหลื่อมพื้นที่มายังบางส่วนของหน้าปัดวินาทีที่ 6 นาฬิกา ขณะที่ 12 นาฬิกา เป็นตำแหน่งของเข็มบอกพลังงานสำรองที่กวาดชี้ไปยังอาณาบริเวณหน้าปัดรูปพัดคว่ำ ซึ่งการเปิดช่องวงกลมนี้ก็เพื่อให้มองทะลุผ่านสะพานจักรที่ตัดทรงมาอย่างสวยงาม และขัดผิวให้เงาดุจกระจก โดยมีกึ่งกลางเป็นชิ้นทับทิมสีชมพูระเรื่อ เห็นจักรกลอกสีทองที่ขยับแกว่งอยู่เบื้องล่าง ซึ่งซีรีส์นี้เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ขึ้นลานด้วยมือได้ บอกเวลาแบบ 2 เข็มกลาง ร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็ก พร้อมฟังก์ชันหยุดเข็มวินาทีขณะตั้งเวลา และบอกพลังงานสำรอง Cal.F7F44 จำนวนทับทิม 24 เม็ด ที่มอบความเที่ยงตรงในอัตรา +15 ถึง -5 วินาที/วัน และสำรองพลังงานได้อย่างน่าพอใจถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อพลิกมาทางด้านหลังก็จะแลเห็นการตกแต่งโรเตอร์ฉลุโปร่งด้วยลายริ้วแถบสไตล์เจนีวา และการเกลาเหลี่ยมลบมุมกับลายตกแต่งที่สวยงามบนสะพานจักร

 

Orient Star เคาะราคาจำหน่ายของ M34 F7 Semi Skeleton ไว้ที่ 54,000 บาท เท่ากันทั้ง 2 รุ่นมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นพื้นหน้าปัดสีเทาชาร์โคลที่ผลิตจำนวนจำกัดแบบ ‘Limited Edition’ เพียง 500 เรือน พร้อมสายหนังวัวสำรองนั้นตั้งราคาเอาไว้ 58,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up