UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPATEK PHILIPPE AQUANAUT LUCE RAINBOW MINUTE REPEATER HAUTE JOAILLERIE Ref.5260 - ที่สุดของเรือนสปอร์ตหรูสำหรับสตรี

PATEK PHILIPPE AQUANAUT LUCE RAINBOW MINUTE REPEATER HAUTE JOAILLERIE Ref.5260 – ที่สุดของเรือนสปอร์ตหรูสำหรับสตรี

by: ‘TomyTom’

 

ตื่นตาตื่นใจในทันทีที่ได้เห็น คือประโยคจำกัดความที่มีให้กับผลงานใหม่ของ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) ที่นำเรือนสปอร์ตหรูไซส์ย่อม ตระกูล Luce (ลูเช) ของสายพันธุ์ Aquanaut (อควานอท) มาสร้างความเป็นที่สุดทั้ง 2 สถาน คือความเป็น ‘Haute Joaillerie’ (โอต โฌอายเยอรี) ด้วยงานประดับอัญมณีทรง ‘Baguette-cut’ (บาแกตต์คัต) หลากสีสันดุจสีรุ้งงามในลักษณะไร้หนาม ที่เรียกว่า ‘Invisible Setting’ (อินวิสิเบิล เซตติง) บนเรือนร่างกับหน้าปัด และงานกลไกระดับความซับซ้อนสูง ‘Grand Complication’ (แกรนด์ คอมพลิเคชั่น) ด้วยฟังก์ชันตีขานเวลา ‘Minute Repeater’ (มินิท รีพีทเตอร์) ซึ่งเป็นรุ่นแรกของสายพันธุ์ Aquanaut ที่ใช้กลไกประเภทนี้ นี่คือ Aquanaut Luce Rainbow Minute Repeater Haute Joaillerie (อควานอท ลูเช เรนโบว์ มินิท รีพีทเตอร์ โอต โฌอายเยอรี) Ref.5260 ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ คือ Ref.5260/1455R-001 ที่เป็นทองกุหลาบ 18K ทั้งเรือนร่างและสาย และ Ref.5260/355R-001 ที่เป็นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K สวมคู่สายวัสดุคอมโพสิต

MITSUBISHI

 

นาฬิกาดีไซน์เรียบหรู ทันสมัย และดูลำลอง Aquanaut เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์สำคัญของ Patek Philippe ที่ครองใจผู้คนทั่วโลกเสมอมา นับตั้งแต่แรกเปิดตัวในปี 1997 และก่อนหน้านี้ในรุ่นสำหรับผู้ชายก็มีการออกรุ่นที่ใช้กลไกซับซ้อนอย่าง ‘Travel Time’ (ทราเวล ไทม์) และ ‘Flyback Chronograph’ (ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ) มาแล้ว ขณะที่เรือนสำหรับสตรีก็มีรุ่นที่ใช้กลไก ‘Flyback Chronograph’ รุ่นที่ใช้กลไก ‘Annual Calendar’ (แอนนวล กาเลนดาร์) และรุ่นที่ใช้เครื่องควอตซ์ฟังก์ชัน Travel Time ออกมาให้เป็นเจ้าของกัน แต่กับการออกใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอะไรที่เกินคาด เพราะมากับกลไกความซับซ้อนชั้นสูงอย่าง Minute Repeater แถมยังบรรจุมาในเรือนร่างที่ประดับอัญมณีมาอย่างล้นหลามอีกต่างหาก

 

งานตกแต่งอัญมณีระดับสูงที่เรียกว่า ‘Rainbow’ หรือสายรุ้งเช่นนี้บนเรือน Aquanaut Luce เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2022 กับรุ่น Flyback Chronograph Ref.7968/300R-001 จึงอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้งที่พบเห็น โดยรุ่น 5260 นี้มาพร้อมแซพไฟร์เจียระไนแบบ ‘Baguette-cut’ หลากสีไล่เฉดกันบนตัวเรือนกับขอบตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ร่วมด้วยเพชร ‘Baguette-cut’ ที่แทรกแถวอยู่วงนอกของขอบตัวเรือน

 

หน้าปัดทองกุหลาบ 18K ถูกปูด้วยเพชร ‘Baguette-cut’ มาเต็มพื้นที่แนววงกรอบทองกุหลาบที่จัดเรียงเป็นรูปทรงคล้ายเส้นรุ้งเส้นแวง อันเป็นรูปแบบประจำตัวของ Aquanaut โดยเป็นการประดับด้วยเทคนิค ‘Invisible Setting’ เช่นเดียวกับบนตัวเรือนและสาย ส่วนหลักชั่วโมงเป็นแซพไฟร์ 12 เม็ด ไล่สีตามแซพไฟร์ที่ประดับบนขอบตัวเรือน แน่นอนว่าเพชรทั้งหมดเป็นเกรด ‘Top Wesselton’ (ท็อป เวสเซลตัน) ส่วนแซพไฟร์ก็คัดเฉพาะเกรดสูงสุดเท่านั้น

 

Ref.5260/1455R-001 ใช้ทองกุหลาบ 18K ทั้งตัวเรือนและสาย โดยนับจำนวนเพชร ‘Baguette-cut’ ทั้งบนขอบตัวเรือนและหน้าปัดได้ทั้งหมด 130 เม็ด น้ำหนักรวม 8.66 กะรัต โดยบนหน้าปัดนั้นจะปูเต็มแบบประกายแสงบนพื้นที่วงหลักชั่วโมง คั่นกับเพชรบริเวณกลางหน้าปัดด้วยเส้นทองกุหลาบ ส่วนจำนวนแซพไฟร์ที่ประดับอยู่บนขอบตัวเรือน หลักชั่วโมง ข้างตัวเรือน คันเลื่อน และสาย นับจำนวนได้ทั้งหมด 779 เม็ด น้ำหนักรวม 45.05 กะรัต นอกจากนี้บนเข็มทองกุหลาบ 18K ยังประดับทับทิมทรง ‘Baguette-cut’ ไว้ 3 เม็ด บนเข็มชั่วโมง และประดับไพลินทรง ‘Baguette-cut’ 5 เม็ด ไว้บนเข็มนาทีทองกุหลาบด้วย ปิดท้ายด้วยเพชร ‘Brilliant-cut’ 1 เม็ด น้ำหนัก 0.01 กะรัต บนยอดแกนเข็ม

 

ส่วน Ref.5260/355R-001 จะแตกต่างออกไปในเรื่องของพื้นที่และรูปแบบการประดับ โดยบริเวณขาตัวเรือนจะประดับด้วยเพชร ‘Baguette-cut’ แทนแซพไฟร์หลากสี และไม่มีการประดับแซพไฟร์ที่คันเลื่อนกับแนวด้านข้างตัวเรือน ส่วนสายนาฬิกานั้นเป็นวัสดุคอมโพสิต จำนวนแซพไฟร์เจียระไนจึงน้อยลงไปเป็น 52 เม็ด น้ำหนักรวม 3.19 กะรัต ส่วนจำนวนเพชร ‘Baguette-cut’ จะนับได้ 112 เม็ด น้ำหนักรวม 7.31 กะรัต เพราะบริเวณแนวพื้นที่หลักชั่วโมงจะประดับด้วยเพชรเจียระไนทรง ‘Brilliant-cut’ หรือเหลี่ยมเกสรจำนวน 160 เม็ด น้ำหนักรวม 0.72 กะรัต ซึ่งเป็นการฝังด้วยเทคนิค ‘Snow Setting’ (สโนว์ เซตติง) โดยมีแนวกรอบคั่นบนหน้าปัดเป็นสีเงิน ส่วนเข็มทั้ง 2 ถูกเคลือบด้วยแถบสารเรืองแสงสีขาว ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ จะให้สายลายนูนอันคุ้นตาของตระกูล Aquanaut ซึ่งเป็นวัสดุคอมโพสิตความทนทานสูงมา 3 เส้น คือสีเบจผิวด้านที่มากับนาฬิกา และสีแดงผิวด้านกับสีขาวผิวด้านไว้สลับเปลี่ยนใช้งานตามชอบใจ โดยมีตัวล็อกเป็นแบบบานพับทองกุหลาบ 18K ประดับเพชร ‘Baguette-cut’

 

ในด้านกลไก เป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.R 27 กลไกอัตโนมัติขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28.0 มิลลิเมตร หนา 5.05 มิลลิเมตร จำนวนชิ้นส่วนรวม 342 ชิ้น ทับทิม 39 เม็ด ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง จักรกลอกแบบ ‘Gyromax®’ (ไจโรแม็กซ์) สายใยจักรกลอก ‘Spiromax®’ (สไปโรแม็กซ์) ทำจาก ‘Silinvar®’ (สิลินวาร์) สำรองพลังงานได้ 43-48 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ขนาดเล็กทอง 22K สลักลาย ‘Guilloche’ (กิโยเช) บอกเวลาแบบ 2 เข็ม พร้อมฟังก์ชัน ‘Minute Repeater’ ที่ตีขานเวลาให้ทราบเมื่อเลื่อนคันเลื่อนฝั่งซ้ายของตัวเรือนด้วยก็อง 2 ตัว ประสานส่งเสียงอันไพเราะเพราะพริ้ง เรียงลำดับจากชั่วโมง ราย 15 นาที และหน่วยนาที แน่นอนว่าต้องผ่านการทดสอบคุณภาพและความเที่ยงตรงตามมาตรฐานอันเข้มข้น ‘Patek Philippe Seal’ (ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซีล) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมองเห็นความงดงามได้อย่างเต็มตาผ่านฝาหลังกรุแซพไฟร์คริสตัล ของตัวเรือนขนาด 38.8 มิลลิเมตร หนา 10.1 มิลลิเมตร

 

Patek Philippe แจ้งว่า Ref.5260/1455R-001 นั้นผลิตด้วยจำนวนที่จำกัด (แต่ไม่ได้ระบุว่ากี่เรือน) จึงจะมีจำหน่ายเฉพาะที่ซาลอนของ Patek Philippe ในเจนีวา ปารีส และลอนดอนเท่านั้น ส่วน Ref.5260/355R-001 จะผลิตออกมามากกว่าและมีจำหน่ายทั่วโลก สำหรับราคาจำหน่าย ทางแบรนด์บอกไว้ว่า ‘On Request’ (ออน รีเควสต์) หากใครสนใจก็เชิญสอบถามที่บูติกโดยตรง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up