UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPATEK PHILIPPE WORLD TIME DATE REF.5330G - เรือน ‘World Time’ พร้อมฟังก์ชันวันที่ในลุคเดนิม

PATEK PHILIPPE WORLD TIME DATE REF.5330G – เรือน ‘World Time’ พร้อมฟังก์ชันวันที่ในลุคเดนิม

by: ‘Mr.Big’

 

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ภายในงาน  ‘Grand Exhibition ‘Watch Art’ Tokyo 2023’ (แกรนด์ เอ็กซิบิชั่น ‘วอทช์ อาร์ต’ โตเกียว 2023) Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) เปิดตัวเรือนเวลารุ่น World Time Date ‘Tokyo 2023’ (เวิลด์ ไทม์ เดท ‘โตเกียว 2023’) ในรหัสรุ่น 5330G-010 ที่มาในสีม่วงพลัมเข้าธีม และเป็นครั้งแรกกับฟังก์ชันแสดงวันที่ในเรือน ‘World Time’ ของ Patek Philippe โดยผลิตจำนวนจำกัดแค่ 300 เรือน มาถึงวันนี้ ที่งาน ‘Watches and Wonders 2024’ (วอทเชส แอนด์ วันเดอร์ส 2024) ก็ได้นำเรือนเวลาในรุ่นนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักสะสมสามารถเป็นเจ้าของได้แบบไม่จำกัดจำนวนผลิต พร้อมกับลุคใหม่ในสไตล์เดนิมอันเป็นคัลเลอร์ธีมคอนเซ็ปต์สำหรับปีนี้ และขอเชิญพบกับ World Time Date Ref.5330G-001

MITSUBISHI

 

ตัวเรือนของ World Time Date Ref.5330G-001 สร้างสรรค์ขึ้นจากทองขาว 18K ผิวขัดเงาสะท้อนแสงเป็นประกายในขนาด 40.0 มิลลิเมตร หนา 11.57 มิลลิเมตร อันเป็นวัสดุและไซส์เดียวกับ World Time Date ‘Tokyo 2023’ ซึ่งปรับให้ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่น World Time ปกติที่ไม่มีวันที่ คงเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ขาสายแบบขั้นบันไดและการสลักยอดมะยมเป็นสัญลักษณ์ ‘Calatrava Cross’ (คาลาทราวา ครอส) ของ Patek Philippe หน้าปัดและฝาหลังกรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน สามารถกันน้ำได้ 30 เมตร ประกอบกับสายหนังลูกวัวลายผ้าเดนิมสีน้ำเงินอมเทา เดินตะเข็บด้วยดายสีขาว สร้างความรู้สึกที่แตกต่างด้วยลุคสปอร์ตลำลองในแบบที่ไม่เคยปรากฏในรุ่น World Time มาก่อน พร้อมตัวล็อกแบบพับทบทองขาว 18K ในดีไซน์ของ Patek Philippe

 

หน้าปัดของรุ่นนี้มาในโทนสีน้ำเงินอมเทา เพื่อให้รับกับดีไซน์ของสายหนังลายเดนิม ในเลยเอาท์หน้าปัดที่ยังคงเสน่ห์อันโดดเด่นของรุ่น World Time ในแบบฉบับ Patek Philippe พื้นผิวตรงกลางสลักเป็นลายเส้นร่องเรียงตัวสลับเป็นแนวตารางสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าลาย ‘Carbon’ (คาร์บอน) อันเป็นรูปแบบลายที่เคยปรากฏมาแล้วในเรือน World Time Ref.5935A ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วในสีหน้าปัดแซลมอน รวมถึงใช้ดีไซน์ของหลักชั่วโมงแบบเดียวกัน ส่วนดีไซน์ของเข็มในรุ่นนี้ใช้เป็นทรง ‘Alpha’ (อัลฟา) ที่ปรับให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยทั้งเข็มและหลักชั่วโมงได้รับการเคลือบสารเรืองแสงสีขาวเพื่อเพิ่มความชัดเจนให้กับการดูเวลาในทุกสภาวะแสง บอกเวลาแบบ 2 เข็ม ควบคู่ไปกับการแสดงเวลา ‘World Time’ ซึ่งจัดสรรชื่อเมืองสำคัญตามโซนเวลาไว้บน ‘Chapter Ring’ (แชปเตอร์ ริง) วงนอกซึ่งทำพื้นเป็นสีน้ำเงินอมเทา ตัดด้วยอักษรสีขาวเพื่อให้กลมกลืนไปกับโทนสีหลัก ขณะที่วงแหวนถัดมาด้านในเป็นการระบุสเกลเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งช่วงกลางวันและกลางคืนด้วยแถบสีขาวสลับสีน้ำเงินอมเทา และมีฟังก์ชันแสดงวันที่แบบ ‘Pointer Date’ (พอยเตอร์ เดท) ในรูปแบบเดียวกับรุ่นแรก ซึ่งระบุตัวเลขวันที่เอาไว้บนขอบหน้าปัดแนวลาด ชี้บอกด้วยเข็มที่มีส่วนปลายเป็นหัวค้อนสีแดงกับตัวก้านเข็มแก้วมิเนอรัลที่มีความแข็งและโปร่งใสเพื่อมิให้บดบังทัศนียภาพและค่าฟังก์ชันอื่นๆ บนหน้าปัด

 

การทำงานเป็นการขับเคลื่อนโดยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.240 HU C ซึ่งต่อยอดขึ้นมาจาก Cal.240 HU อันเป็นคาลิเบรอที่ใช้กับคอลเลกชั่น World Time แบบไม่มีวันที่ของ Patek Philippe ซึ่งเมื่อเพิ่มโมดูลวันที่เข้ามา ชื่อคาลิเบรอนี้จึงได้รับการเติมตัวอักษร ‘C’ ต่อท้ายเพื่อเป็นสัญลักษณ์ เช่นเดียวกับการเติมอักษร ‘LU’ ลงในคาลิเบรอ Cal.240 HU LU เพื่อแสดงถึงการผสานโมดูลฟังก์ชันข้างขึ้น-ข้างแรมลงในเครื่อง World Time ของ Ref.5575 หรือ Ref.7175 ในปี 2014-2015 นั่นเอง กลไกออโตเมติก Cal.240 HU C ชุดนี้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 306 ชิ้น ซึ่งแม้จะติดตั้งโมดูลวันที่ลงไปด้วยจำนวนชิ้นส่วน 70 ชิ้น แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ออกมาได้ในขนาดที่บางเกินคาด โดยมีความหนา 4.58 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นจากกลไกชุดเดิมเพียง 0.7 มิลลิเมตร เท่านั้น ในขณะที่เส้นผ่าศูนย์กลางก็เพิ่มขึ้นจาก 27.5 มิลลิเมตร เป็น 30.5 มิลลิเมตร โดยมีจำนวนทับทิมกันสึกติดตั้งอยู่เท่าเดิมที่ 33 เม็ด เช่นเดียวกับความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้จักรกลอก ‘Gyromax®’ (ไจโรแม็กซ์) พร้อมด้วยสายใยจักรกลอก ‘Spiromax®’ (สไปโรแม็กซ์) และมีค่าพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง จากแรงเหวี่ยงทิศทางเดียวของ ‘Micro-rotor’ (ไมโครโรเตอร์) ที่ผลิตจากทอง 22K โดยไม่ลืมที่จะประทับตรา ‘Patek Philippe Seal’ (ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซีล) อันยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตระดับเลิศ สามารถชื่นชมจักรกลชุดนี้พร้อมงานตกแต่งอันประณีตผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ สำหรับนักสะสมที่ปรารถนาจะครอบครอง สามารถทำได้ด้วยการควักกระเป๋าจ่ายในราคา 65,000 ฟรังก์สวิส หรือหากคิดเป็นเงินไทยก็จะตกอยู่ที่ราวๆ 2.6 ล้านบาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up