UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPERRELET TURBINE P0KER - เสน่ห์หน้าไw่ที่ซ่อนอยู่หลังใบพัด

PERRELET TURBINE P0KER – เสน่ห์หน้าไw่ที่ซ่อนอยู่หลังใบพัด

by: ‘Mr.Big’

 

เห็นหน้าค่าตาจากรูปดิสเพลย์คงทราบกันดีอยู่แล้วว่านี่คือคอลเลกชั่น Turbine (เทอร์ไบน์) จาก Perrelet (แปร์เลต์) หนึ่งในแบรนด์สวิสเก่าแก่ที่ก่อตั้งโดย Abraham-Louis Perrelet (อับราฮัม-หลุยส์ แปร์เลต์) นักประดิษฐ์เรือนเวลาระดับตำนานในปี 1777 คอลเลกชั่น Turbine เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่คนรักนาฬิกาทั่วโลก ในฐานะนาฬิกาที่บรรจุเทคโนโลยีโรเตอร์ขึ้นลานแบบใบพัดที่คิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2009 ในรูปแบบที่ชวนให้นึกถึงใบพัดของเครื่องเจ็ท ซึ่ง Perrelet นำมาติดตั้งเอาไว้ด้านหน้าเหนือพื้นหน้าปัด ซึ่งเมื่อโรเตอร์ใบพัดหมุน ก็จะสร้างมิติเป็นภาพที่สวยงามตื่นตาตื่นใจจนดูราวกับเคลื่อนไหวได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการรังสรรค์คอลเลกชั่นนี้ออกมาอย่างมากมายในคอนเซปต์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นลวดลายทางศิลปะ ธรรมชาติและสัตว์ป่า รวมไปถึงงานแนวอีโรติก และหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากก็คือคอนเซปต์ที่เกี่ยวข้องกับคาสิโน ปี 2023 นี้จึงตัดสินใจที่จะรังสรรค์คอลเลกชั่น Turbine ในคอนเซปต์ดังกล่าวอีกครั้ง และนี่คือ Turbine Poker (เทอร์ไบน์ โป๊กเกอร์)

MITSUBISHI

 

Turbine Poker เป็นหนึ่งในซีรีย์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สร้างความประทับใจให้กับคนรักนาฬิกามาตั้งแต่ปี 2011 และได้ออกรุ่นใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่น ล่าสุดในปี 2023 นี้ก็ได้เผยโฉมมาด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่เคลือบเป็นสีดำด้วยเทคนิค PVD ขนาด 44.0 มิลลิเมตร หนา 13.82 มิลลิเมตร ในเอกลักษณ์ขาสายแบบ 3 ก้าน และรูปทรงของเม็ดมะยมที่ออกแบบมาให้ปรับหมุนได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเป็นการนำดีไซน์ของ Turbine Evo (เทอร์ไบน์ อีโว) ที่เปิดตัวในปี 2019 มาปรับใช้ พร้อมการขัดแต่งแบบปัดด้านสลับขัดเงา มีความสามารถในการกันน้ำที่ 50 เมตร ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน

 

หน้าปัดยังคงไว้ซึ่งความสะดุดตาของโรเตอร์ใบพัด 12 แฉกสีดำ โดยเบื้องหลังของโรเตอร์ใบพัดเป็นพื้นหน้าปัดที่ตกแต่งเป็นรูปหน้าไพ่เรียงซ้อนกันเป็นวงกลมในชุด ‘Royal Straight Flush’ (รอยัล สเตรท ฟลัช) อันประกอบไปด้วยหน้าไพ่เบอร์ 10, J, Q, K, A และเสริมด้วยไพ่เลข 7 ในดอกโพธิ์แดงและโพธิ์ดำ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชุด วางเรียงคู่กันซ้าย-ขวา และการที่จะมองเห็นหน้าไพ่บนพื้นหน้าปัดทั้งหมดได้ จะต้องอาศัยการหมุนขึ้นลานของโรเตอร์ใบพัด 12 แฉก จึงจะสามารถมองทะลุผ่านไปยังหน้าปัดได้ ยิ่งใบพัดหมุนเร็วเท่าใด ก็จะเห็นภาพบนหน้าปัดชัดมากขึ้นเท่านั้น และยังสร้างเอฟเฟกต์ให้ดูเหมือนมีการเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ ได้อีกด้วย ลูกเล่นอันอัศจรรย์ดังกล่าวถูกจัดแสดงควบคู่ไปกับการแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม ที่ติดตั้งชุดเข็มไว้เหนือโรเตอร์ใบพัด เช่นเดียวกับวงแหวนขอบตัวเรือนที่ถูกยกให้อยู่เหนือกว่าโรเตอร์ นำเสนอมาในสีดำเพื่อคุมโทน ดูกลมกลืนกับตัวเรือนและโรเตอร์ใบพัด ตกแต่งด้วยแทร็คเวลา 60 นาที พร้อมหลักชั่วโมงแบบแท่ง สลับตัวเลขอารบิกเคลือบโรเดียม แต้มด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาว เพื่อการอ่านค่าเวลาที่ชัดเจนแม้ในที่มืด

 

เมื่อเป็นนวัตกรรมสุดพิเศษ แน่นอนว่ากลไกที่บรรจุต้องเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ โดยใช้ Cal.P-331-MH ที่ปรับแต่งจนได้ความเที่ยงตรงตามมาตรฐาน ‘Chronofiable’ (โครโนฟิอาเบิล) และได้รับการรับรองโดยสถาบัน COSC ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด และสามารถสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถชื่นชมชุดจักรกลที่ติดตั้งโรเตอร์ขึ้นลานทรงครึ่งวงกลมอีกชุดผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ซึ่งได้รับการพิมพ์ชื่อรุ่น พร้อมด้วยหมายเลขซีรีย์ และหมายเลขประจำเรือนซึ่งมีการระบุว่าเป็นงานผลิตแบบจำกัดจำนวนแค่ 50 เรือนเท่านั้น ประกอบอย่างเข้ากันกับสายหนังสีดำปั๊มลายหนังจระเข้ พร้อมด้วยสายยางสีดำสำรอง และอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนสาย ทั้งหมดนี้ถูกเก็บรักษาอยู่ในกล่องบรรจุที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยตั้งราคาให้เป็นเจ้าของเอาไว้ที่ 4,750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 165,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up