UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT TOURBILLON 150th ANNIVERSARY - ปฏิวัติทางเทคนิคด้านความบาง

PIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT TOURBILLON 150th ANNIVERSARY – ปฏิวัติทางเทคนิคด้านความบาง

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2024 นี้เป็นศักราชที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับ Piaget (เพียเจต์) เริ่มตั้งแต่เป็นปีครบรอบ 150 ปี แห่งการก่อตั้ง ปีที่ 67 แห่งการเปิดตัวกลไกไขลาน Cal.9P ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยความบางอันเหลือเชื่อ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์จักรกลที่บางเฉียบต่อมาอีกหลายรุ่น และเป็นปีที่ 6 หลังจากการสร้างสถิติใหม่ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาระบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ในชื่อ Altiplano Ultimate Concept (อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซปต์) จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากในปี 2018 และสำหรับปีนี้ Piaget ก็ขอท้าทายขีดจำกัดอีกครั้ง ด้วยการต่อยอดเรือนเวลาที่บางเฉียบจนเป็นสถิติโลก มาผสานด้วยความซับซ้อนของจักรกลต้านแรงโน้มถ่วงอย่าง ‘Flying Tourbillon’ (ฟลายอิง ทูร์บิญอง) และนี่คือ Altiplano Ultimate Concept Tourbillon 150th Anniversary (อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซปต์ ทูร์บิญอง เดอะ วันฮันเดรดฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี)

MITSUBISHI

 

เรือนเวลาสุดบางจนยากจะหาใครเทียบได้นี้ มาพร้อมความบาง 2.0 มิลลิเมตร เท่ากับ Altiplano Ultimate Concept ที่เปิดตัวในปี 2018 โดยไม่มีเพิ่มขึ้นมาแม้แต่ 1 ไมครอน แม้จะบรรจุจักรกลทูร์บิญองเพิ่มเติมลงไปก็ตาม กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 41.5 มิลลิเมตร รังสรรค์ด้วยวัสดุสังเคราะห์อย่างโคบอลต์อัลลอยด์ M64BC ที่พัฒนาคุณสมบัติให้มีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าทองถึง 2.3 เท่า จึงส่งผลให้ตัวเรือนไม่โค้งงอแม้จะมีความบางอย่างสุดขั้วก็ตาม โดยเคลือบพื้นผิวเป็นสีน้ำเงินเข้มด้วยเทคนิค PVD ใช้เม็ดมะยมระบบ ‘Telescopic’ (เทเลสโคปิก) แบบแบนราบ ซุกซ่อนอยู่ในตัวเรือนอย่างแนบเนียน ซึ่งสามารถดึงออกมาขึ้นลานได้โดยใช้เครื่องมือเฉพาะสำหรับควบคุมการหมุน เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้แรงมากเกินไปในการขึ้นลาน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อจักรกลชิ้นบางที่อยู่ภายใน ผนึกหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนที่ลดทอนความหนาลงเหลือเพียง 0.2 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ 20 เมตร ประกอบมากับสายผ้าทอสีดำที่มีความหนาสอดรับกับความบางของตัวเรือน พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดที่สร้างสรรค์จากโคบอลต์อัลลอยด์ M64BC

 

แน่นอนว่าความมหัศจรรย์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือการบรรจุจักรกล ‘Flying Tourbillon’ ที่พัฒนาขึ้นเองลงในตัวเรือนที่มีความหนาเพียง 2.0 มิลลิเมตร กล่าวได้ว่าเป็นการปฏิวัติทางเทคนิคที่ก้าวล้ำไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยจัดวางอยู่ ณ ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ในโครงสร้างวงกลมที่ปกป้องไว้ด้วยสะพานจักรรูปกากบาทอีกหนึ่งชั้น โอบล้อมด้วยวงกรอบสีทองติดตั้งสเกลดอท 60 จุด สำหรับนับหน่วยเวลาเป็นวินาที ตามการหมุนของจักรกล ‘Flying Tourbillon’ ซึ่งจะหมุนครบรอบในทุกๆ 60 วินาที ซึ่งการทำงานนี้ผสานอยู่กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน Cal.970P-UC อันเป็นชุดกลไกที่กว่า 90% ถูกออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการพื้นที่เพิ่มเติมในการติดตั้งจักรกล ‘Flying Tourbillon’ รวมถึงยังต้องเฉลี่ยพลังงานจากเมนสปริงแบบไร้ตัวครอบ เพื่อชดเชยให้กับการกินพลังงานในส่วนของทูร์บิญองอีก 25% จึงต้องมีการเพิ่มขนาดของใบจักรในชุดเมนสปริงให้มีความหนามากขึ้น รวมถึงใช้ตลับลูกปืนรับเพลาทูร์บิญองแทนเดือย ทำให้ยังคงระดับการสำรองพลังงานอยู่ที่ 40 ชั่วโมง

 

กลไกชุดนี้ติดตั้งทับทิมกันสึก 13 เม็ด และมีความถี่การทำงานอยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ส่งผลให้การเคลื่อนที่ของเข็มเป็นไปอย่างนุ่มนวล แสดงเวลาบนแผ่นหน้าปัดเยื้องศูนย์โดยใช้เข็มที่มีความแบนราบในการบอกค่านาที ส่วนเข็มชั่วโมงถูกแทนที่ด้วย ‘Indicator Disc’ (อินดิเคเตอร์ ดิสก์) พิมพ์รูปเข็ม เพื่อไม่ให้มีความหนาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถชื่นชมชุดจักรกล ‘Flying Tourbillon’ เพิ่มเติมได้ทางด้านหลังซึ่งเจาะเป็นช่องหน้าต่างไว้เป็นการเฉพาะอีกด้วย โดย Piaget กำหนดให้เรือนเวลาสุดบางและซับซ้อนรุ่นนี้เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) โดยไม่ได้แจ้งว่าจะผลิตออกมากี่เรือน เพียงแต่บอกเอาไว้ว่าใช้เวลาในการผลิต 1 ปี ต่อนาฬิกา 1 เรือน โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบคิวการสั่งจองและราคาได้จากทางแบรนด์โดยตรง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up