UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPROMASTER ECO-DRIVE SATELLITE WAVE GPS DIVERS - ผสานเทคโนโลยีสู่นาฬิกาดำน้ำ

PROMASTER ECO-DRIVE SATELLITE WAVE GPS DIVERS – ผสานเทคโนโลยีสู่นาฬิกาดำน้ำ

by: ‘Mr.Big’

 

จากผลงานคอลเลกชั่นที่ผ่านๆ มา เป็นสิ่งที่ยืนยันประจักษ์ชัดแล้วว่า Citizen (ซิติเซน) เป็นผู้นำด้านการเทคโนโลยีการบอกเวลา โดยเฉพาะการปรับค่าเวลาด้วยการรับสัญญาณผ่านดาวเทียมในระบบ GPS ที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้จริงทั่วโลก และถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ Citizen ก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลงานของตัวเองให้โดดเด่นยิ่งๆ ขึ้นไป ล่าสุดได้เผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ที่ยังคงมาพร้อมกับระบบการตั้งค่าเวลาแบบ GPS ควบคู่ไปกับการใช้พลังงานจากแสง มาสร้างพลังงานขับเคลื่อนในรูปแบบ ‘Eco-Drive’ (อีโคไดรฟ์) นั่นก็คือ Promaster Eco-Drive Satellite Wave GPS Divers (โปรมาสเตอร์ อีโคไดรฟ์ แซเทิลไลต์ เวฟ จีพีเอส ไดเวอร์ส)

 

ถือเป็นครั้งแรกที่ Citizen นำระบบตั้งเวลาด้วยคลื่น GPS ผ่านดาวเทียม มาใช้กับคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำ โดยสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 200 เมตร ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ISO 6425 ซึ่งเป็นการทดสอบระดับการกันน้ำที่เข้มงวดมาก เป็นการการันตีว่าเหมาะสำหรับการใช้งานใต้น้ำจริงๆ โดยเผยโฉมออกมาพร้อมกัน 2 รูปแบบ ได้แก่รุ่นตัวเรือน ‘Super Titanium’ (ซูเปอร์ ไทเทเนียม) เคลือบเป็นสีดำเข้มด้วยเทคนิค ‘Duratect DLC’ (ดูราเทคต์ ดีแอลซี) จับคู่กับพื้นหน้าปัดสีน้ำเงิน และรุ่นตัวเรือน ‘Super Titanium’ ที่เคลือบความคงทนด้วยเทคโนโลยี ‘Duratect Titanium Carbide’ (ดูราเทคต์ ไทเทเนียม คาร์ไบด์) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจากผลของเทคโนโลยี ‘Duratect’ ทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีมาตรฐานความแข็งถึง 1,000 Hv (Vickers – วิกเกอร์ส) ในขณะที่สเตนเลสสตีลทั่วไปมีค่าความแข็งเพียง 200 Hv นั่นหมายถึงว่านาฬิกาเรือนนี้จะปรากฏรอยขีดข่วนได้ยากมากๆ โดยจับคู่มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียว ในขนาดตัวเรือนที่เท่ากันคือ 47.0 มิลลิเมตร หนา 15.6 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนที่สลักสเกล 60 นาที และแถบสีที่แสดงช่วงเวลาดำน้ำที่ปลอดภัย ปกป้องพื้นหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน

 

แสดงเวลาปกติแบบ 3 เข็ม โดยออกแบบให้เข็มชี้และมาร์คเกอร์มีขนาดใหญ่ เคลือบสารเรืองแสง เพื่อความสามารถในการอ่านค่าที่ชัดเจน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนาฬิกาดำน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องปรับตั้งเวลาแต่อย่างใด เพราะนาฬิกาเรือนนี้สามารถตั้งเวลาที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติในทุกที่ทั่วโลกด้วยการรับสัญญาณ GPS ผ่านระบบดาวเทียม ซึ่งใช้เวลาประมวลผลที่สั้นที่สุดเพียง 3 วินาที ภายใต้ความแม่นยำในระดับสูงสุดโดยมีอัตราคลาดเคลื่อนของเวลาเพียง ± 5 วินาที/เดือน แม้ในขณะที่ไม่ได้รับคลื่นสัญญาณ GPS เสริมด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ที่ 3 นาฬิกา สามารถเปิดโหมดการทำงานดำน้ำด้วยการกดปุ่มที่ตำแหน่ง 2 และ 4 นาฬิกา พร้อมๆ กัน ซึ่งเมื่อนาฬิกาอยู่ในโหมดนี้จะเป็นการปิดฟังก์ชันรับสัญญาณปรับตั้งเวลา GPS และระบบชาร์จพลังงานแสงชั่วคราว เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการรับสัญญาณต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ในระหว่างดำน้ำ

 

นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผลเวลา ‘World Time’ (เวิลด์ ไทม์) ได้ถึง 38 โซนเวลา โดยติดตั้งชื่อย่อของเมืองสำคัญในแต่ละโซนเวลาเอาไว้บนขอบหน้าปัด พร้อมด้วยชื่อของสถานที่ที่เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงของโลกในแต่ละโซนเวลาจำนวน 8 แห่ง ซึ่งถูกคัดเลือกโดย ‘Tripadviser’ (ทริปแอดไวเซอร์) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ ภูเก็ต มัลดีฟ ฟิจิ ฮาวาย เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ เฟร์นันดู จี นอโรนยา กัลลาปากอส และชาร์ม เอ็ล ชีค

 

ควบคุมการทำงานด้วยระบบ ‘Eco-Drive’ ด้วย Cal.F158 ซึ่งสามารถแปรแสงสว่างทั่วไปมาเป็นพลังงานขับเคลื่อนการทำงาน โดยสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 7 ปี เมื่ออยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน พร้อมฟังก์ชันแสดงระดับประจุไฟและแสดงระดับการชาร์จ ประกอบกับสายยางยูรีเทนลายคลื่นสีน้ำเงินหรือสีดำ พร้อมสายรัดเสริมสำหรับสวมใส่ร่วมกับชุดประดาน้ำ จัดจำหน่ายในรูปแบบ ‘Japan Edition’ หรือเฉพาะตลาดญี่ปุ่นเท่านั้น โดยตั้งราคาไว้ที่ 150,000 เยน หรือประมาณ 43,500 บาท สำหรับรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงิน และ 140,000 เยน หรือราวๆ 40,600 บาท สำหรับรุ่นหน้าปัดสีเขียว

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up