UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO PROSPEX MARINEMASTER 1965 DIVER’S MODERN RE-INTERPRETATION - เจเนอเรชั่นใหม่ของเรือนดำน้ำชั้นเลิศ

SEIKO PROSPEX MARINEMASTER 1965 DIVER’S MODERN RE-INTERPRETATION – เจเนอเรชั่นใหม่ของเรือนดำน้ำชั้นเลิศ

by: ‘TomyTom’

 

และแล้วตระกูลนาฬิกาดำน้ำชั้นสูงของ Seiko (ไซโก) ก็ขึ้นเจเนอเรชั่นใหม่เสียที กับ Prospex Marinemaster (โพรสเป็กซ์ มารีนมาสเตอร์) ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาด้วยหน้าตาที่คมคายแต่บึกบึน พร้อมสำหรับการใช้งานอย่างจริงจัง โดยเผยโฉมมาพร้อมกัน 3 เวอร์ชั่น 3 โทนสี คือสีดำ สีฟ้า และสีขาว ภายใต้ดีไซน์แบบ 1965 Diver’s Modern Re-interpretation (ไนน์ทีนซิกซ์ตีไฟว์ ไดเวอร์ส โมเดิร์น รีอินเตอร์เพรเทชั่น) ที่นำนาฬิกาดำน้ำ Seiko จากปี 1965 มาตีความในแบบสมัยใหม่ให้เพียบพร้อมด้วยความคลาสสิกแบบร่วมสมัย

MITSUBISHI

 

ใครที่คุ้นเคยกับ Seiko คงทราบดีว่า Marinemaster นั้นมีศักดิ์ศรีระดับใด แต่หากใครยังไม่ทราบก็ขอบอกให้รู้ในที่นี้ว่า นี่คือนาฬิกาดำน้ำระดับไฮเอนด์ของตระกูล Prospex ซึ่งสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน และสำหรับเจเนอเรชั่นใหม่นี้ก็มากับหน้าตาสไตล์เรือนดำน้ำตัวจริง และโดดเด่นด้วยรายละเอียดที่บรรจงออกแบบสร้างและตกแต่งมาอย่างประณีต

 

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลมาในขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ 39.5 มิลลิเมตร กับความหนา 12.3 มิลลิเมตร ด้วยเส้นสันมาเต็มอย่างคมชัด แต่งผิวแบบปัดลายสลับขัดเงา สายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว และยังแบ่งแถวกลางออกเป็น 3 แถวด้วย โดยสลับตกแต่งด้วยการปัดลาย 1 ขัดเงา 2 ดูสปอร์ตและหรูหรามีราคาไปในตัว พร้อมความปลอดภัยด้วยตัวล็อกแบบบานพับนิรภัย 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด และตัวล็อกยังสามารถปรับขยายให้สวมทับชุดดำน้ำได้ด้วย

 

ขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียว บากร่องแบบขอบเหรียญมาอย่างสวยงามให้เลื่อนหมุนได้ถนัดถนี่ กระจกหน้าปัดเป็นแซพไฟร์คริสตัลรูปทรงกล่องที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนไว้ด้านใน เม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มีความหนาและร่องเซาะที่จับหมุนได้ถนัดนิ้ว การกันน้ำกระทำได้ถึงระดับ 200 เมตร ตามมาตรฐานนาฬิกาสำหรับการดำน้ำ ทั้งตัวเรือนกับสายสเตนเลสสตีลถูกเสริมเพิ่มความแข็งด้วยการเคลือบ ‘Super-hard Coating’ (ซูเปอร์ฮาร์ด โคติง) เพื่อให้มีความทนทานเหนือกว่าปกติ

 

หน้าปัดทำพื้นเป็นลายเส้นแนวขวางดูมีมิติ หลักชั่วโมงแบบแท่งสีเงิน เบิ้ลขนาดความกว้างสำหรับตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทั้งหมดเคลือบสารเรืองแสง ‘LumiBrite’ (ลูมิไบรท์) มาอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับร่องเหลี่ยมบนเข็มสีเงินทั้ง 3 และจุดกลมบนขอบตัวเรือน เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีมาในทรงแท่งสี่เหลี่ยม ขณะที่เข็มวินาทีเป็นทรงเรียว ซึ่งการทำให้เข็มทั้ง 3 มีขนาดที่แตกต่างกันมากก็เพื่อให้อ่านค่าเวลาได้อย่างรวดเร็วไม่ผิดพลาด รูปทรงเข็มและหลักชั่วโมงเช่นนี้มีที่มาจากนาฬิกาดำน้ำเรือนวินเทจในตำนาน 62MAS (ซิกซ์ตีทูเอ็มเอเอส) ส่วนชื่อรุ่น Marinemaster ในหนนี้ถูกพิมพ์อย่างโดดเด่นไว้ใต้ชื่อแบรนด์ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา สำหรับหน้าต่างบอกวันที่เจาะไว้เป็นช่องกลมที่ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา เพื่อให้หลักชั่วโมงมีครบทั้ง 12 ตำแหน่ง

 

SJE101 มากับหน้าปัดสีดำและขอบตัวเรือนสีดำ ตัดกับร่องสเกลสีขาว SJE099 มากับหน้าปัดสีฟ้าอ่อนและขอบตัวเรือนสีน้ำเงิน ตัดกับร่องสเกลสีขาว ส่วน SJE097 ที่มากับหน้าปัดสีขาวและขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินปัดลายเป็นแนววง ตัดกับร่องสเกลลงสีดำนั้น เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) จำนวนจำกัด 1,000 เรือน ในฐานะเรือนร่วมฉลองครบรอบปีที่ 100 ของการถือกำเนิดแบรนด์ Seiko หรือ ‘Seiko Brand 100th Anniversary’ (ไซโก แบรนด์ เดอะ วันฮันเดรดธ์ แอนนิเวอร์ซารี) ซึ่งจะมีการสลักหมายเลขประจำเรือน ‘XXXX/1000’ ไว้บนแนวขอบ และพิมพ์ข้อความ ‘Limited Edition’ ไว้บนกระจกด้วย

 

 

 

กลไกที่ใช้เป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ขึ้นลานด้วยมือได้ จำนวนทับทิม 26 เม็ด Cal.6L37 บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ ที่มีขนาดตัวเครื่องอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าบางกว่าปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับรุ่น SJE093 ความถี่การทำงานอยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง โดยสำรองพลังงานได้ราว 45 ชั่วโมง ตกแต่งสะพานจักรกับโรเตอร์ด้วยลายแถบริ้ว พร้อมสลักข้อความลงสีดำมาอย่างประณีต ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุอยู่กับฝาหลังแบบขันเกลียว โดยบนกระจกมีการพิมพ์แต่งลายคลื่นสีเทาไว้บริเวณกึ่งกลาง

 

Marinemaster เจเนอเรชั่นใหม่นี้ Seiko ตั้งราคาจำหน่ายทุกรุ่นไว้เท่ากันที่ 116,500 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าเคียงบ่าเคียงไหล่กับนาฬิกาดำน้ำแบรนด์ดังๆ ของสวิสกันเลยทีเดียว จึงเชื่อว่า Seiko น่าจะมั่นใจมากกับคุณภาพที่บรรจงใส่ไว้ในนาฬิการุ่นนี้ โดยจะพร้อมจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 เป็นต้นไป

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up