UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTAG HEUER CARRERA CHRONOSPRINT X PORSCHE - ผลิตผลสปอร์ตก้องโลกจาก 2 วงการ

TAG HEUER CARRERA CHRONOSPRINT X PORSCHE – ผลิตผลสปอร์ตก้องโลกจาก 2 วงการ

by: ‘TomyTom’

 

เป็นเรื่องบังเอิญที่ช่างเหมาะเจาะเสียนี่กระไร ที่ผลิตผลแนวสปอร์ตจาก 2 วงการ อันได้แก่นาฬิกาสปอร์ตสำหรับสวมขับรถตระกูล Carrera (คาร์เรรา) จากแบรนด์สวิสเก่าแก่ Heuer (ฮอยเออร์) ซึ่งปัจจุบันคือ TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) และรถสปอร์ตตระกูล 911 (ไนน์อีเลฟเวน) ซึ่งตอนแรกจะใช้ชื่อ 901 (ไนน์โอวัน) แต่ติดเรื่องการใช้เลขศูนย์คั่นเลขหน้า-หลังเหมือนกับที่รถ Peugeot (เปอโฌต์) ใช้อยู่ก่อน จากแบรนด์เยอรมัน Porsche (ปอร์เช) นั้นถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน คือ ค.ศ. 1963 ดังนั้นทั้ง 2 แบรนด์ดัง จาก 2 อุตสาหกรรมจึงมีวาระเฉลิมฉลองอายุ 60 ปี ให้กับ 2 ผลิตผลสำคัญของตนพร้อมกันในปี 2023 นี้ และด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 องค์กร ซึ่งดำเนินต่อเนื่องในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2021 ก็ทำให้เกิดชิ้นงานแห่งความร่วมมือเพื่อฉลองวาระ 60 ปี ของผลิตผลสำคัญจากทั้ง 2 องค์กรร่วมกันในรูปแบบของนาฬิการุ่นพิเศษแห่งการรำลึก 60 ปี ของ Carrera และ 911 ขึ้นภายใต้ชื่อเรียกขานว่า TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche (แทค ฮอยเออร์ คาร์เรรา โครโนสปรินต์ ครอส ปอร์เช) โดยเปิดตัวมาพร้อมกันถึง 2 เอดิชั่น ด้วยกัน คือ ‘Steel Edition’ (สตีล เอดิชั่น) ตัวเรือนสเตนเลสสตีล และ ‘Gold Edition’ (โกลด์ เอดิชั่น) ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K

MITSUBISHI

 

แน่นอนว่า TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche ย่อมต้องเป็นนาฬิกาชนิดโครโนกราฟในดีไซน์หน้าปัดที่สะอาดตาปลอดการรบกวนสายตาและอ่านค่าได้ง่ายที่สุดเพื่อให้ตรงกับคุณลักษณะแรกเริ่มของนาฬิกา Carrera ที่ออกมาในปี 1963 ตามเจตจำนงของ Jack Heuer (แจ็ค ฮอยเออร์) ผู้บริหารแบรนด์ในยุคนั้น ที่ต้องการสร้างนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟสำหรับนักขับรถยนต์โดยเฉพาะขึ้นมา และนำชื่อต้นของการแข่งขันรถยนต์สุดทรหดในอดีต ‘Carrera Panamericana’ (คาร์เรรา แพนอเมริกานา) มาเป็นชื่อของนาฬิกา ทำให้ Carrera ผงาดขึ้นเป็นนาฬิกาแนวมอเตอร์สปอร์ตระดับไอคอนของวงการมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็แน่นอนอีกว่าต้องเพิ่มเติมเสริมแต่งรายละเอียดพิเศษ ๆ เข้าไปให้สมกับการเป็นนาฬิกาแห่งความร่วมมือของ 2 แบรนด์ในวาระขวบปีสำคัญแห่งผลผลิตรุ่นเอกของทั้ง 2 และการใช้คำว่า ‘Chronosprint’ (โครโนสปรินต์) แทนที่จะเป็นคำว่า ‘Chronograph’ (โครโนกราฟ) ก็ย่อมบ่งบอกอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่นาฬิกาโครโนกราฟจับเวลาธรรมดาเป็นแน่แท้

 

คุณลักษณะของ Porsche 911 รุ่นแรกจากปี 1963 ถูกถ่ายทอดอย่างละเมียดละไมและมีชั้นเชิงด้วยการใช้แถบสีแดงแต้มแต่งบนส่วนมาตรต่าง ๆ อันได้แก่ แถบขีดโค้งถี่สีแดงจากตำแหน่ง 0 ถึง 4 นาฬิกาพาดผ่านสเกลบริเวณขอบหน้าปัดแนวลาดด้านในซึ่งประกบเข้ากับวงขอบหน้าปัดอีกชิ้นหนึ่งซึ่งติดตั้งอยู่กับตัวเรือนเป็นแนวลาดฝั่งด้านนอกพิมพ์สีดำเป็นเลขสเกลวินาทีขนาดใหญ่แทรกข้อความ ‘Chronosprint’ (โครโนสปรินต์) ไว้ข้างเลขหลัก 15 และชื่อ ‘Porsche’ ในฟอนต์เฉพาะตัวของแบรนด์ไว้ระหว่างเลขหลัก 35 ถึง 60 ซึ่งแถบขีดสีแดงจากตำแหน่ง 0 ถึง 4 นาฬิกาบนมาตรสเกลนี้เป็นการสื่อถึงระยะเวลาจาก 0 ถึง 9.1 วินาที อันเป็นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ที่ Porsche 911 รุ่นบุกเบิกทำได้ ขณะที่แถบขีดโค้งถี่สีแดงจากตำแหน่งเลข 50 ถึง 54 ของมาตรวินาที ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา บนวงวินาทีตำแหน่ง 6 นาฬิกาที่มีขีดสเกลและเลขนาทีล้อมด้วยเส้นขอบวงสีดำนั้นปรากฏแถบขีดโค้งสีแดงจากตำแหน่งเลข 50 ถึง 54 เพื่อบอกระดับความเร็วที่แนะนำให้ใช้ในเขตเมืองซึ่งก็คือ ราว 50 กม./ชม. อันเป็นรูปแบบที่อ้างอิงมาจากมาตรวัดความเร็วของรถ Porsche 911 ยุคทศวรรษที่ 1970s ส่วนแถบสีแดงบนวงแหวนสเกลจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกาจากเลขชั่วโมงที่ 6.8 ถึง 12 นั้นเป็นระยะที่สื่อถึงรอบการทำงานในโซนเส้นแดง ซึ่งก็คือ ตั้งแต่ 6,800 รอบ/นาทีขึ้นไป อย่างที่ปรากฏอยู่บนมาตรวัดรอบของ Porsche 911 ในยุคนั้น ตลอดจนการใช้เข็มทรงบาตองเรียวฐานกลมเข็มขนาดเล็กทั้งสาม ซึ่งชวนให้นึกถึงมาตรวัดบนหน้าปัดของรถสปอร์ตคลาสสิก

 

ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่บนหน้าปัดโทนสีสว่างกระจ่างตา ที่พิมพ์สเกล สัญลักษณ์ และข้อความทั้งหมดด้วยสีดำ และมีพื้นวงหน้าปัดจับเวลาชั่วโมงกับนาทีเป็นผิวลายเส้นวงล้อมด้วยขอบสันแนวลาดวงใหญ่ ส่วนหน้าต่างวันที่เจาะเป็นทรงสี่เหลี่ยมกรุกรอบเงินไว้ที่เหนือหลักชั่วโมง 6 นาฬิกาให้อ่านวันที่จากเลขสีดำบนพื้นจานสีเงินขาว และมีแท่งหลักชั่วโมงเป็นทรงแท่งเหลี่ยมระนาบโค้งที่ตัดเจียรเหลี่ยมและเซาะร่องขีดกลางติดตั้งอยู่ครบทั้ง 12 ตำแหน่ง และเบิ้ลเป็นลักษณะคู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาเพื่อนำสายตา

 

TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche ใช้ตัวเรือน Carrera แบบคลาสสิกขนาด 42.0 มม. ผิวขัดเงาสลับปัดลายละเอียด ที่ปราศจากวงขอบตัวเรือนโดยผนึกครอบหน้าปัดขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ดีไซน์มากมิติด้วยกระจกแซพไฟร์คริสตัลทรงกล่องโดมโค้งบานใหญ่เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน ที่ออกแบบสร้างให้มีรูปทรงคล้ายกับกระจกเฮซาไลท์ที่ใช้กับ Carrera ในยุคทศวรรษที่ 70s โดยรูปแบบกระจกที่สร้างขึ้นใหม่นี้ทำให้อ่านค่าต่าง ๆ บนหน้าปัดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นจากมุมมองที่เปิดกว้างมากขึ้น ส่วนฝาหลังก็เป็นแบบขันเกลียวที่กรุด้วยกระจกแซพไฟร์ทรงกล่องเพื่อให้มองเห็นกลไกได้อย่างเต็มตา ในด้านขนาดความหนาของตัวเรือนรวมกระจกจะอยู่ที่ 14.9 มม. เม็ดมะยมเป็นทรงกระบอกใหญ่หนา เข้ากับปุ่มกดทรงกระบอกลูกสูบขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างถนัดนิ้ว สำหรับการกันน้ำระบุไว้ที่ระดับ 100 เมตร

 

เอดิชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล ‘Steel Edition’ Ref.CBS2011.FC6529 มาพร้อมกับหลักชั่วโมงเคลือบโรเดียม และเข็มจับเวลาชั่วโมง เข็มจับเวลานาที กับเข็มวินาทีเคลือบแลคเกอร์สีแดงฐานดำ และเข็มจับเวลาวินาทีเคลือบโรเดียมขัดเงา บนหน้าปัดสีเงินผิวประกายโลหะ จับคู่กับสายหนังวัวสีดำ ล็อกด้วยบานพับสเตนเลสสตีลผิวขัดเงาสลับปัดลายละเอียด ปลดล็อกด้วยปุ่มกด

 

ส่วนเอดิชั่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ‘Gold Edition’ Ref.CBS2040.FC8318 มาพร้อมกับหลักชั่วโมงและเข็มจับเวลาทั้ง 3 ที่เคลือบด้วยทองกุหลาบ 18K และเข็มวินาทีเคลือบแลคเกอร์สีแดงฐานดำ บนหน้าปัดสีเบจผิวประกายโลหะ ร่วมกับวงแหวนขอบสันแนวลาดของวงจับเวลาขนาดเล็กสีเงิน จับคู่กับสายหนังวัวสีน้ำตาล ล็อกด้วยหัวเข็มขัดทองกุหลาบ 18K ผิวขัดเงาสลับปัดลายละเอียด ขณะที่เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีเป็นทรงดาบเคลือบโรเดียมขัดเงาเซาะร่องกลางลงสีดำพร้อมแถบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวเช่นเดียวกันทั้ง 2 เวอร์ชั่น และที่บนสายชิ้นล่างของทั้ง 2 เวอร์ชั่นก็ถูกประทับร่องสลักเป็นสัญลักษณ์เลขรุ่น ‘911’ เอาไว้อย่างเด่นชัดและสวยงามด้วย

 

กลไกที่เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนให้กับ TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche เป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติโครโนกราฟจับเวลา 12 ชั่วโมง แบบโครงสร้าง ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ควบคุมระบบจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัตช์) ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นวันที่ พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง จำนวนทับทิม 33 เม็ด Cal.TH20-08 ซึ่งเป็นคาลิเบรอใหม่ที่ต่อยอดพัฒนามาจาก Cal.TH20-00 ในนาฬิกา Carrera ‘Glassbox’ (คาร์เรรา กลาสบ็อกซ์) รุ่นมาตรฐานที่เปิดตัวสู่ตลาดในงานแสดงนาฬิกา ‘Watches & Wonders’ (วอทเชส แอนด์ วันเดอร์ส) ประจำปี 2023 ความแตกต่างก็คือ การปรับกลไกจับเวลาให้เข็มจับเวลาวินาทีเคลื่อนที่ไปรอบละ 60 วินาทีด้วยอัตราความเร็วที่แปรผันไม่เท่ากันโดยเริ่มจากช้าแล้วค่อย ๆ เร่งเร็วขึ้นจนถึง 10 วินาทีแล้วจึงลดความเร็วลงในช่วง 10 วินาทีต่อมา และเพิ่มความเร็วขึ้นอีกในช่วงเวลาหลังจากนั้นจนถึง 60 วินาที แล้วจึงวนด้วยความเร็วในอัตรานี้ต่อไปในนาทีถัดไป ซึ่งก่อให้เกิดลักษณะการจับเวลาที่เรียกว่า ‘Chronosprint’ (โครโนสปรินต์) อันเป็นคำที่ใส่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชื่อนาฬิการุ่นนี้ขึ้นมาได้

 

การเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและชะลอตัวลงเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากจักรรูปหอยทาก 2 ชิ้น ซึ่งสร้างขึ้นด้วยกระบวนการ ‘LiGA’ (ลิกา) เทคโนโลยีประมวลผลที่มีความแม่นยำสูงซึ่งใช้กันในวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย ‘MEMS’ (เมมส์ หรือ ‘Micro Electro Mechanical System’ (ไมโคร อิเล็กโตร แมคานิคัล ซิสเตม)) ที่มุ่งเน้นเรื่องความแม่นยำในการผลิตเป็นสำคัญ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เข็มจับเวลาเคลื่อนที่ด้วยอัตราแปรผันเช่นนี้ก็เพื่อถ่ายทอดลักษณะอัตราการเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ของ Porsche 911 รุ่นบุกเบิกที่กระทำได้ในระยะเวลา 9.1 วินาทีนั่นเอง

 

ในส่วนของโรเตอร์ที่ใช้กับกลไกในรุ่นนี้ ก็ถูกออกแบบสร้างขึ้นเป็นพิเศษด้วยการฉลุโปร่งให้มีรูปทรงคล้ายกับพวงมาลัยแบบ 3 ก้านที่ใช้กับรถ Porsche โดยเคลือบด้วยโรเดียม ปัดผิวซาตินเป็นแนวผสมผสานหลายทิศทาง พร้อมชื่อแบรนด์ทั้ง 2 และข้อความระบุชื่อคาลิเบรอ จำนวนทับทิม และสัญชาติ ลงสีดำเช่นเดียวกับร่องตราสัญลักษณ์ของแบรนด์บนสะพานจักรเคลือบโรเดียมแต่งลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ)

 

TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche มาพร้อมกับกล่องบรรจุที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ทั้งยังตกแต่งด้วยตราและแผ่นป้ายสีทองหรือสีเงินตามชนิดตัวเรือนนาฬิกาด้วย ราคาจำหน่ายสำหรับ ‘Steel Edition’ กำหนดไว้ที่ 365,000 บาท ส่วน ‘Gold Edition’ จะอยู่ที่ 911,000 บาท และถึงแม้ทั้ง 2 เอดิชั่น มิได้ระบุว่าเป็นการผลิตแบบจำนวนจำกัด แต่ก็คงไม่ได้ผลิตขึ้นมาในจำนวนมากมายนักเป็นแน่

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up