UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTUDOR BLACK BAY CERAMIC BLUE - เรือนดำน้ำเซรามิกดำ เอดิชั่น F1

TUDOR BLACK BAY CERAMIC BLUE – เรือนดำน้ำเซรามิกดำ เอดิชั่น F1

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Tudor (ทิวดอร์) ได้ประกาศการหวนคืนสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ นั่นคือทีม ‘Visa Cash App RB Formula One Team’ (วีซา แคช แอพ อาร์บี ฟอร์มูลา วัน ทีม) และเพื่อเป็นการบันทึกความร่วมมือนี้ Tudor จึงสร้างสรรค์นาฬิกาเอดิชั่นพิเศษสำหรับทีมแข่งขึ้นมา โดยใช้เรือนร่างของตระกูลยอดนิยม Black Bay (แบล็ก เบย์) เป็นพื้นฐาน ก่อเกิดเป็น Black Bay Ceramic Blue (แบล็ก เบย์ เซรามิก บลู) Ref.79210CNU ที่มากับหน้าปัดสีฟ้าโทนสีกลางๆ งามละมุน ซึ่งผู้คนจะได้สวมใส่นาฬิกาแบบเดียวกับที่นักแข่งของทีม อันได้แก่ Yuki Tsunoda (ยูกิ สึโนดะ) และ Daniel Ricciardo (แดเนียล ริกซิอาร์โด) สวมใส่

MITSUBISHI

 

นาฬิกาเวอร์ชั่นนี้มากับตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร ที่ทำจากเซรามิกสีดำผิวด้าน แต่งผิวด้วยการพ่นทรายละเอียดสลับกับแนวปาดขัดเงา พร้อมขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียวที่ทำจากสเตนเลสสตีลเคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD ซึ่งมีแผ่นวงแหวนด้านบนเป็นเซรามิกสีดำปัดลายซาตินเป็นลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) โดยสเกลนาทีสำหรับใช้กำหนดเวลาดำน้ำถูกสลักลงไปในเนื้อเซรามิกอย่างคมชัด แต่ปล่อยให้เป็นผิวด้านโดยมิได้ลงสีใดๆ กระจกหน้าปัดเป็นคริสตัลแซพไฟร์ทรงโดม ส่วนเม็ดมะยมขนาดใหญ่สลักยอดเป็นรูปกุหลาบ Tudor นั้นเป็นแบบขันเกลียว และท่อเม็ดมะยมที่ปัดลายซาตินเป็นแนววงนั้นเป็นสเตนเลสสตีลที่เคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD สำหรับการกันน้ำนั้นกระทำได้ถึงระดับ 200 เมตร

 

นาฬิกาเวอร์ชั่นนี้มากับสายแบบไฮบริดสีดำที่ผนึกหนังเข้ากับยาง และเย็บด้วยตะเข็บด้ายสีฟ้า ล็อกด้วยบานพับสเตนเลสสตีลเคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD โดยมีสายผ้าสีดำคาดเส้นกลางสีฟ้า ล็อกด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีลเคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD มาให้สลับเปลี่ยนตามความต้องการอีกเส้นหนึ่ง

 

หน้าปัดสีฟ้าโทนแปลกใหม่สำหรับ Tudor นี้ยังคงเป็นทรงโดมเหมือนเช่นเคย ขณะที่เข็มชี้ซึ่งมีเข็มชั่วโมงเป็นทรงเกล็ดหิมะ ‘Snowflake’ (สโนว์เฟลก) และหลักชั่วโมงทรงเรขาคณิตถูกเคลือบเป็นสีดำเพื่อให้สอดคล้องกับตัวเรือน โดยเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด ‘X1’ (เอ็กซ์วัน) สีขาวให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจน และแม็ตช์กับสเกลกับข้อความต่างๆ ที่พิมพ์ด้วยสีขาว

 

เครื่องที่อยู่ภายในตัวเรือนเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 31.8 มิลลิเมตร หนา 6.5 มิลลิเมตร จำนวนทับทิม 25 เม็ด บอกเวลาแบบ 3 เข็ม Cal.MT5602-1U สำรองพลังงานได้ 70 ชั่วโมง และใช้จักรกลอกแบบแรงเฉื่อยแปรผันร่วมกับสายใยจักรกลอกซิลิกอน โดยมีโรเตอร์เป็นทังสเตนฉลุโปร่ง อันเป็นคาลิเบรอซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานการทดสอบอันเข้มข้น ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ของ ‘METAS’ (เมตาส) ที่ครอบคลุมทั้งในด้านความเที่ยงตรงในการบอกเวลา ความต้านทานต่อสนามแม่เหล็กถึงระดับ 15,000 เกาส์ ประสิทธิภาพการกันน้ำ และประสิทธิภาพในการสำรองพลังงาน โดยที่เฉพาะตัวเครื่องได้ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์ของ COSC (ซีโอเอสซี) มาก่อนแล้ว

 

อีกทั้งตัวคาลิเบรอทั้งแท่นเครื่อง สะพานจักร และโรเตอร์ ยังถูกเคลือบให้เป็นสีดำ และตกแต่งพิ้นผิวมาอย่างสวยงามในรูปแบบสมัยใหม่ ทั้งลายเส้นประกายแสงอาทิตย์ที่สลักด้วยเลเซอร์ การพ่นทราย และการขัดผิว เพื่อให้สอดคล้องกับสีตัวเรือน ตัดด้วยแกนโรเตอร์และจักรกลอกกับแท่นฐานข้างใต้และสกรูสีเงิน โดยมองเห็นความสวยงามได้ทางแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่กรุอยู่กับฝาหลังสเตนเลสสตีลที่เคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD

 

ราคาจำหน่ายที่ Tudor ตั้งไว้แลกกับการครอบครอา Black Bay Ceramic Blue เอดิชั่นนี้อยู่ที่ 191,500 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up