UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTUDOR BLACK BAY CHRONO 'PINK' - สปอร์ตจับเวลากับหน้าปัดชมพู

TUDOR BLACK BAY CHRONO ‘PINK’ – สปอร์ตจับเวลากับหน้าปัดชมพู

by: ‘TomyTom’

 

สีชมพู ดูจะเป็นสีที่ห่างไกลและไม่สู้จะเชื่อมโยงกับการปรากฏบนเรือนนาฬิกาสปอร์ตสำหรับผู้ชายสักเท่าใดนัก แต่ทว่าสีชมพูกลับเป็นสีที่แทนตัวตนของทูตสันถวไมตรีแห่ง Tudor (ทิวดอร์) อย่าง เจย์ โจว (Jay Chou) และเป็นสีสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอล ‘Inter Miami’ (อินเตอร์ ไมอามี) ของ เดวิด เบคแคม (David Beckham) และของรายการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศอิตาลี ‘Giro d’Italia’ (จิโร ดีตาเลีย) ซึ่ง Tudor เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ เมื่อบุรุษเหล่านี้กล้าสวมใส่ชุดสีชมพูอย่างภาคภูมิ Tudor จึงหาญกล้านำสีชมพูมาใช้กับนาฬิกาสปอร์ตรุ่นดัง Black Bay Chrono (แบล็ก เบย์ โครโน) ของตน แม้จะรู้ดีว่าไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะกล้าสวมใส่นาฬิกาสีชมพูเช่นนี้ก็ตาม ขอเชิญพบกับ Black Bay Chrono ‘Pink’ (แบล็ก เบย์ โครโน ‘พิงก์’) ได้ ณ บัดนี้

MITSUBISHI

 

Tudor Black Bay Chrono เป็นนาฬิกาสปอร์ตที่มีความโดดเด่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ด้วยรูปลักษณ์แบบร่วมสมัยที่สวยงามชวนสวมใส่ กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงโดม เม็ดมะยมและปุ่มกดขนาดใหญ่แบบขันเกลียว การกันน้ำได้ถึง 200 เมตร และเครื่องอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาได้ 45 นาที พร้อม ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical Clutch’ (เวอร์ติคัล คลัตช์) จำนวนทับทิมรวม 41 เม็ด Cal.MT5813 ซึ่งเป็นกลไกจับเวลาแบบคลาสสิกที่เหล่าผู้นิยมเรือนเวลาชื่นชอบ และเพิ่มความมั่นใจในความเที่ยงตรง และความทนทานด้วยสายใยจักรกลอกซิลิกอน ที่ปลอดผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก และจักรกลอกแบบแรงเฉื่อยแปรผัน ทั้งยังสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง จากการขึ้นลานด้วยโรเตอร์ทังสเตนแบบชิ้นเดียว นอกจากนี้กลไกบอกวันที่ยังเป็นแบบเปลี่ยนวันทันที ซึ่งสามารถปรับตั้งได้โดยไม่มีช่วงเวลาที่ห้ามปรับตั้ง ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้มากเลยทีเดียว

 

กลไกคาลิเบรอนี้มีพื้นฐานมาจาก Cal.B01 ของ Breitling (ไบรท์ลิง) แต่กลไกควบคุมการทำงานที่ใช้ถูกพัฒนาขึ้นโดย Tudor เอง ส่วนการตกแต่งก็กระทำโดย Tudor จึงไม่ได้เหมือนกับ Cal.B01 เสียทีเดียว นอกจากนี้ยังการันตีความเที่ยงตรงด้วยมาตรฐานโครโนมิเตอร์โดย COSC (ซีโอเอสซี) และที่สำคัญก็คือ Tudor ได้ลงมือปรับตั้งให้อัตราความเที่ยงตรงของคาลิเบรอนี้สูงกว่ามาตรฐานของ COSC ซึ่งกำหนดให้ทดสอบกับตัวกลไกโดยตรงให้มีความคาดเคลื่อนอยู่ระหว่าง -4 ถึง +6 วินาที/วัน มาเป็น -2 ถึง +4 วินาที/วัน ทั้งยังทดสอบเมื่อประกอบกลไกเข้ากับตัวเรือนเรียบร้อยแล้วอีกด้วย

 

ตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร และสายปัดผิวเป็นลายซาตินสลับขัดเงา ตลอดจนขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และปุ่มกด ของเวอร์ชั่นนี้เป็นสเตนเลสสตีล บนขอบตัวเรือนติดตั้งแผ่นวงแหวนอะลูมิเนียมที่ทำอโนไดซ์เป็นสีดำ พร้อมสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สีเงิน โดยสายสเตนเลสสตีลของเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากที่ใช้ในเวอร์ชั่นอื่นๆ เพราะมาในแบบ 5 แถว สไตล์สาย ‘Jubilee’ (จูบิลี) ติดตั้งมากับตัวล็อกบานพับแบบ ‘T-fit’ (ทีฟิต) ของ Tudor ที่สามารถปรับความยาวที่มีอยู่ถึง 5 ตำแหน่ง ในระยะ 8.0 มิลลิเมตร ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ

 

จุดที่โดดเด่นสะกดสายตาที่สุดของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ แผ่นหน้าปัดทรงโดมสีชมพูอ่อนโยน ตัดกับหน้าปัดย่อยพื้นสีดำพิมพ์สเกลขาว 2 วง ที่ยุบจมลงจากระนาบหน้าปัดหลักเล็กน้อย ส่วนสเกลและข้อความบนหน้าปัดถูกพิมพ์ด้วยสีดำ เว้นเพียงระดับการกันน้ำที่ใช้สีแดง ซึ่งรับกับหัวศรสีแดงของเข็มจับเวลาวินาทีที่เป็นสีเงินเช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงทรง ‘Snowflake’ (สโนว์เฟลก) คล้ายเกล็ดหิมะ เข็มนาที เข็มเล็กทั้ง 2 และหลักชั่วโมงทรงกลม 8 ตำแหน่ง และทรงสามเหลี่ยม 1 ตำแหน่ง ขณะที่สารเรืองแสงบนเข็มชั่วโมงกับนาทีและบนหลักชั่วโมงใช้ ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด A สีขาว ซึ่งเข้ากันได้ดีกับจานวันที่สีขาวพิมพ์เลขสีดำที่ปรากฏผ่านกรอบหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยม ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

 

Tudor กำหนดราคาจำหน่ายสำหรับ Black Bay Chrono ‘Pink’ Ref.79360N-0019 เวอร์ชั่นนี้ไว้เท่ากับเวอร์ชั่นตัวเรือนคู่สายสเตนเลสสตีลแบบมาตรฐาน ซึ่งก็คือ 207,500 บาท โดยบอกว่าจะผลิตขึ้นมาในจำนวนที่ไม่มากนัก และจะไม่ใช่เวอร์ชั่นมาตรฐาน แต่ก็ไม่ได้ระบุจำนวนเอาไว้ ทั้งยังไม่ได้บอกว่าจะมีจำหน่ายที่ไหนบ้างและจะเริ่มจำหน่ายเมื่อไรอีกด้วย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up