UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTUDOR PELAGOS 39 - ปรับขนาดเพื่อความลงตัวยิ่งขึ้น

TUDOR PELAGOS 39 – ปรับขนาดเพื่อความลงตัวยิ่งขึ้น

by: ‘Mr.Big’

 

Pelagos (เพลากอส ) คือคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำคุณภาพสูงจาก Tudor (ทิวดอร์) ที่เคียงข้างคู่มากับ Black Bay (แบล็ก เบย์) ซึ่งทั้ง 2 คอลเลกชั่นถือว่าเป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสม ด้วยดีไซน์ที่ครบเครื่องในแบบฉบับนาฬิกาดำน้ำ ประกอบกับสไตล์ที่ออกแนววินเทจ ในขณะที่ด้านการทำงานก็ถือเป็นนาฬิกาดำน้ำสำหรับมืออาชีพ และวันนี้คอลเลกชั่น Pelagos ก็จะกลับมาเขย่ากระแสความนิยมอีกครั้ง กับรูปแบบล่าสุดที่ปรับลดขนาดตัวเรือนลงมาเหลือ 39.0 มิลลิเมตร อันเป็นสัดส่วนที่มีความลงตัวมากยิ่งขึ้นในแง่ของการเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่สามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายกิจกรรมของชีวิตประจำวัน ในรุ่น Pelagos 39 (เพลากอส เธอร์ตีไนน์)

MITSUBISHI

 

โดยพื้นฐานแล้วคอลเลกชั่น Pelagos จะมีขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 42.0 มิลลิเมตร และเน้นคุณลักษณะในความเป็นนาฬิกาดำน้ำสำหรับมืออาชีพ แต่สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ด้วยขนาดตัวเรือน 39.0 มิลลิเมตร ทำให้สัดส่วนดูมีความสมดุลย์มากยิ่งขึ้น จึงดูเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่สามารถสวมใส่ได้แบบเอนกประสงค์ ตอบรับทั้งการใช้งานในเมืองและชีวิตกลางแจ้ง โดยผลิตตัวเรือนขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 2 ทำให้มีความเบากว่ารุ่นก่อน ส่วนความหนาอยู่ที่ 11.8 มิลลิเมตร ความยาวระหว่าง ‘Lug-to-lug’ ที่ 47.0 มิลลิเมตร แต่งผิวแบบปัดด้าน พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียว และขอบตัวเรือนที่สามารถปรับหมุนได้ทิศทางเดียว สร้างสรรค์จากไทเทเนียมเกรด 2 ประกบผิวหน้าด้วยเซรามิกสีเทาเข้มที่เพิ่มมิติด้วยการปัดลาย ‘Sunray’(ซันเรย์) ตกแต่งด้วยสเกลเวลา 60 นาที พร้อมแทร็คเส้นช่วง 15 นาทีแรก สำหรับการแสดงช่วงการขึ้นจากน้ำที่ปลอดภัย และเคลือบด้วยสารเรืองแสงเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็น ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน ส่วนความสามารถในการกันน้ำตกลงมาเหลือเพียง 200 เมตร จากรุ่นมาตรฐานที่สามารถกันน้ำได้ถึง 500 เมตร จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบปรับแรงดันก๊าซฮีเลียมอีกต่อไป แสดงให้เห็นว่าจุดประสงค์ของรุ่นนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อเป็นนาฬิกาสำหรับดำน้ำลึก แต่ทำมาเพื่อเป็นนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำที่สวมใส่ได้แบบสวยๆ ในชีวิตประจำวัน

 

ดีไซน์หน้าปัดยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เหมือนรุ่นก่อนๆ เพียงแต่มีการเพิ่มและลดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บางส่วน โดยพื้นหน้าปัดยังคงมาในสีดำ แต่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการปัดลาย ‘Sunburst’ (ซันเบิรสต์) แทนที่จะเป็นผิวด้านแบบเดิม ขอบหน้าปัดจัดระนาบเอียงที่มีลักษณะแคบชันมากกว่ารุ่น 42.0 มิลลิเมตร และไม่กินพื้นที่มาถึงหลักชั่วโมง ส่วนดีไซน์ของหลักชั่วโมงยังใช้เป็นทรงสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยมที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา รวมถึงเข็มแบบ ‘Snowflake’ (สโนว์เฟล็ก) ที่เป็นเอกลักษณ์คลาสสิก เคลือบด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เกรด X1 สีขาวเด่น เพิ่มขีดความสามารถในการอ่านค่าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ชื่อรุ่นและรายละเอียดด้านคุณสมบัติเหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา ถูกปรับลดจาก 5 แถว เหลือเพียง 4 แถว โดยลบข้อความ ‘Rotor Self-winding’ (โรเตอร์ เซลฟ์ไวน์ดิง) ออกไป ในขณะที่ชื่อ Pelagos พิมพ์ด้วยสีแดงสะดุดตา ด้านฟังก์ชันเหลือเพียงการบอกเวลาแบบ 3 เข็ม ไม่มีช่องหน้าต่างแสดงวันที่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

 

แม้จะปรับขนาดให้เล็กลง แต่การทำงานยังคงขับเคลื่อนด้วยกลไก ‘In-house’ ออโตเมติก Cal.MT5400 เช่นเดียวกับรุ่นก่อน ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์ของ COSC โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนของเวลาเพียง -2 ถึง +4 วินาที/วัน และยังใช้สายใยจักรกลอกซิลิกอนเพื่อขจัดการรบกวนจากพลังงานสนามแม่เหล็ก อัตราความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง มีจำนวนทับทิม 25 เม็ด และกักเก็บพลังงานได้ 70 ชั่วโมง สามารถเลือกประกอบกับสายไทเทเนียมเกรด 2 ปัดลาย พร้อมตัวพับล็อกที่มีระบบ ‘T-fit’ (ที-ฟิต) ซึ่งช่วยให้สามารถปรับความยาวของสายได้อีกเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใดๆ พร้อมสายยางสำรองที่มาพร้อมตัวล็อกไทเทเนียมแบบหัวเข็มขัดในชุด โดยตั้งราคาจำหน่ายของรุ่นนี้เอาไว้ที่ 156,700 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up