GP HOME HEADER
GP HOME HEADER
Home Articles ULYSSE NARDIN MARINE TORPILLEUR 3 NEW MODELS - 3 เรือนเวลาใหม่จากคอลเลกชั่น Torpilleur

ULYSSE NARDIN MARINE TORPILLEUR 3 NEW MODELS – 3 เรือนเวลาใหม่จากคอลเลกชั่น Torpilleur

by: ‘TomyTom’

 

Marine Torpilleur (มาฮีน ตอร์ปิเญอร์) คอลเลกชั่นนาฬิกาใหม่ที่ Ulysse Nardin (ยูลิส นาร์แดง) แนะนำสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 2017 เป็นดีไซน์ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และแสดงความเคารพต่ออุปกรณ์เดินเรือ ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) อันเกรียงไกรที่ Ulysse Nardin สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ด้วยลักษณะการเซาะร่องฟลุตบนขอบตัวเรือน หลักชั่วโมงเลขโรมัน และวงหน้าปัดขนาดเล็ก ขณะที่ชื่อ ‘Torpilleur’ นั้นนำมาจากชื่อเรือชนิดหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเรือขนาดเล็กที่มีความรวดเร็วว่องไว จึงเห็นได้ชัดว่าทางแบรนด์มุ่งหมายให้นาฬิกาคอลเลกชั่นนี้เป็นอีกหนึ่งเสาหลักของแบรนด์สืบไป ด้วยเหตุนี้รุ่นและเอดิชั่นใหม่ๆ จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอยู่เสมอ และใน ค.ศ. 2022 นี้ก็มาถึง 3 รูปแบบใหม่จากคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งก็คือ Marine Torpilleur Dual Time (มาฮีน ตอร์ปิเญอร์ ดูอัล ไทม์) Marine Torpilleur Moonphase (มาฮีน ตอร์ปิเญอร์ มูนเฟส) ในตัวเรือนทองกุหลาบ 18K และ Marine Torpilleur Tourbillon (มาฮีน ตอร์ปิเญอร์ ทูร์บิญอง) ที่มากับหน้าปัดลงยาสีขาวด้วยเทคนิค ‘Grand Feu’ (กรองด์ เฟอ)

MITSUBISHI

 

Marine Torpilleur Dual Time คือนาฬิการุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในตระกูลคอลเลกชั่น Marine Torpilleur โดยมาพร้อมกับฟังก์ชัน ‘Dual Time’ ซึ่งใช้ระบบกลไก ‘Dual Time’ อันโด่งดังของแบรนด์ที่สืบต่อมาจากรูปแบบกลไกที่ Dr. Ludwig Oechslin (ดร.ลุดวิก โอชลิน) ปรมาจารย์นักประดิษฐ์นาฬิกาคิดค้นให้กับทางแบรนด์ และนำเสนอครั้งแรกใน ค.ศ. 1994 นั่นก็คือ ฟังก์ชัน GMT± ที่มีปุ่มกด ‘+’ กับปุ่มกด ‘-‘ แยกกันคนละปุ่มให้ทำการปรับเคลื่อนเข็มชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเขตเวลาไปข้างหน้าและย้อนกลับเป็นจังหวะละ 1 ชั่วโมง ได้อย่างสะดวกโยธิน ขณะที่การบอกเวลาอ้างอิง 24 ชั่วโมง สำหรับ ‘Home Time’ (โฮม ไทม์) กระทำด้วยตัวเลขบนจานดิสก์ที่แสดงผ่านช่องหน้าต่าง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งในปี 2014 ทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัวกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.UN-334 อันเป็นเจเนอเรชั่นล่าสุดของกลไกฟังก์ชันนี้ในนาฬิการุ่น Dual Time Manufacture (ดูอัล ไทม์ แมนูแฟกเจอร์) และก็เป็นกลไกที่นำมาใช้กับ Marine Torpilleur Dual Time รุ่นนี้ด้วยนั่นเอง โดยบรรจุมาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.0 มิลลิเมตร ผิวขัดเงาสลับปัดลายซาติน กันน้ำได้ 50 เมตร พร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินพิมพ์หลักชั่วโมงสีขาวลงบนพื้นผิวปัดซาตินเป็นแนวรัศมี ‘Sunray’ (ซันเรย์) ร่วมกับจานวันที่กับจาน ‘Home Time’ พื้นสีขาวตัวเลขดำเพื่อความชัดเจนในการอ่านค่า และกรุเลนส์ขยายมาให้ที่ช่องหน้าต่าง ‘Home Time’ ด้วย ส่วนเข็มทั้งหมดถูกเคลือบด้วยโรเดียม ติดตั้งมากับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม ล็อกด้วยบานพับสเตนเลสสตีล

 

กลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนชิ้นส่วน 321 ชิ้น สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง Cal.UN-334 นี้นอกจากจะบอกเวลาชั่วโมงกับนาทีด้วยเข็มกลาง ร่วมกับการแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็กที่ 6 นาฬิกา และบอกเวลา ‘Home Time’ แบบ 24 ชั่วโมง ผ่านช่องหน้าต่างทรงกลมที่ 9 นาฬิกา ขณะที่เข็มชั่วโมงปรับตั้งได้อย่างง่ายดายจากปุ่มกด ‘+’ และ ‘-‘ แยกกัน ณ ตำแหน่ง 8 กับ 10 นาฬิกาแล้ว ยังมีฟังก์ชันแสดงวันที่แบบ ‘Large Date’ (ลาร์จ เดท) ผ่านกรอบหน้าต่างทรงเหลี่ยมคู่ที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งปรับตั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับได้อย่างปลอดภัยมาให้ด้วย นี่จึงเป็นหนึ่งในฟังก์ชั่น ‘Dual Time’ ที่ใช้งานได้สะดวกง่ายดายที่สุดในมวลหมู่นาฬิกาฟังก์ชันนี้ และด้วยความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีวัสดุ ‘Silicium’ (ซิลิเซียม) ทั้งจักรเหล็ก แองเคอร์ และสายใยจักรกลอกของคาลิเบรอนี้จึงทำขึ้นจาก ‘Silicium’ เพื่อมอบความเที่ยงตรงและความทนทานสูงสุด สามารถชื่นชมกลไกได้ผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 10,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 418,000 บาท

 

Marine Torpilleur Tourbillon หน้าปัดลงยา ‘Grand Feu’ สีขาวรุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่นหน้าปัดลงยา ‘Grand Feu’ แบบที่ 2 ของรุ่น หลังจากที่ออกเวอร์ชั่นหน้าปัดลงยา ‘Grand Feu’ สีดำมาในฐานะ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด 175 เรือน เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา แต่สำหรับเวอร์ชั่นสีขาวนี้จะเป็นคอลเลกชั่นปกติ โดยมาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร ผิวขัดเงาสลับปัดลายซาติน กันน้ำได้ 50 เมตร คู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม ล็อกด้วยบานพับสเตนเลสสตีล

 

งานลงยาสีขาวด้วยเทคนิค ‘Grand Feu’ ซึ่งเป็นการหลอมผงอีนาเมลในเตาเผาที่ความร้อนสูงระหว่าง 760-900 องศาเซลเซียส และประทับพิมพ์หลักชั่วโมง ข้อความ และสเกลสีน้ำเงินบนหน้าปัด เป็นฝีมือของ ‘Donzé Cadrans’ (ดงเซ กาดรองส์) ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปที่เลื่องชื่อที่สุดในแขนงนี้ และสังกัดอยู่ในเครือ Ulysse Nardin เอง เข็มทั้งหมดถูกเคลือบด้วยโรเดียม การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของกลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ ความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนชิ้นส่วน 208 ชิ้น สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง Cal.UN-128 ที่มอบความเที่ยงตรงด้วยทูร์บิญองแบบ ‘Flying’ (ฟลายอิง) พร้อมชุดปล่อยจักร ‘Ulysse Anchor Constant’ (ยูลิส แองเคอร์ คอนสแตนท์) สิทธิบัตรของทางแบรนด์ที่ใช้แองเคอร์แบบ ‘Flying’ และสายใยจักรกลอก ‘Silicium’ ใช้จักรเหล็ก ‘Silicium’ บอกเวลาเป็นชั่วโมงกับนาทีด้วย 2 เข็มกลาง พร้อมฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรองด้วยเข็มที่ 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ Ulysse Nardin ได้รับรางวัลสาขานาฬิกาทูร์บิญองจากสถาบัน ‘GPHG’ เมื่อ ค.ศ. 2015 มาแล้ว แน่นอนว่าสามารถมองเห็นกลไกได้ผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ตั้งราคาไว้ที่ 37,500 ฟรังก์สวิส หรือราว 1.437 ล้านบาท

 

ปิดท้ายรูปแบบใหม่ของคอลเลกชั่นด้วย Marine Torpilleur Moonphase ที่มาในเรือนทองกุหลาบ 18K หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกใน ค.ศ. 2021 ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินหรือขาวในแบบ ‘Limited Edition’ ผลิตจำนวนจำกัดสีหน้าปัดละ 300 เรือน การมาครั้งใหม่ในสถานะการผลิตแบบปกติหนนี้ เริ่มด้วยการใช้ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ขนาด 42.0 มิลลิเมตร ผิวขัดเงาสลับปัดลายซาติน กันน้ำได้ 50 เมตร จับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม พร้อมบานพับทองกุหลาบ 18K ใช้หน้าปัดสีขาวกระจ่างผิวเงา แสดงค่าด้วยเข็มสีทองกุหลาบ

 

กลไกที่บรรจุอยู่ภายในคือกลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง โรเตอร์ทองกุหลาบ จำนวนชิ้นส่วน 260 ชิ้น ความเที่ยงตรงมาตรฐานโครโนมิเตอร์โดย COSC รหัส Cal.UN-119 ที่มอบความเที่ยงตรงและความทนทานเป็นเลิศด้วยสายใยจักรกลอก ‘Silicium’ และเอสเคปเมนท์กับแองเคอร์ ‘Silicium’ เคลือบเพชรสังเคราะห์ที่เรียกว่า ‘DiamonSil’ (ไดมอนซิล) บอกเวลาเป็นชั่วโมงกับนาทีด้วยเข็มกลาง ร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นตำแหน่งหน้าปัดที่เจาะช่องหน้าต่างสำหรับแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมด้วยพระจันทร์สีขาวแต่งลายและดวงดาวบนจานดิสก์สีน้ำเงินที่เคลือบด้วยเทคนิค PVD และใช้ฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์เพื่อเผยให้เห็นกลไกได้อย่างเต็มตา ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 21,400 ฟรังก์สวิส หรือราว 820,000 บาท

SEIKO CONTENT RGT SEP 22